เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองไหลซึมจากปลายอวัยวะเพศ สิ่งแรกที่หลายคนมักทำก่อนตัดสินใจมาโรงพยาบาล คือการแวะซื้อยาปฏิชีวนะหรือที่เรียกกันติดปากว่ายาแก้อักเสบกินเอง พฤติกรรมนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่ในความเป็นจริง การกินยาไม่ครบขนาด หรือเลือกซื้อยากินเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ กำลังเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตสุขภาพระดับโลก นั่นคือ โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ที่หมอกำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้
สังเกตอาการอย่างไร ว่ากำลังเผชิญหน้ากับโรคหนองในแท้
โรคหนองในแท้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก อาการของโรคนี้ในผู้ชายและผู้หญิงมักจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- อาการในผู้ชาย: มักแสดงอาการค่อนข้างเร็วภายใน 2-10 วันหลังได้รับเชื้อ โดยจะรู้สึกแสบขัดรุนแรงเวลาปัสสาวะ มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลซึมออกมาจากท่อปัสสาวะ มีอาการบวมแดงที่ปลายอวัยวะเพศ
- อาการในผู้หญิง: ความน่ากลัวคือผู้หญิงมากกว่าครึ่งหนึ่งมักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการน้อยมากจนคิดว่าเป็นเพียงตกขาวปกติ เช่น ตกขาวมีสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น ปัสสาวะแสบขัด หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน
การที่ผู้หญิงไม่ค่อยมีอาการ แสดงให้เห็นว่าโรคนี้สามารถแพร่กระจายไปสู่คู่นอนได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เชื้ออาจลามไปที่มดลูกและท่อนำไข่ ส่งผลให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นหมันหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกในอนาคต
ทำไมเชื้อหนองในแท้ถึงพัฒนาตัวเองจนดื้อยาได้เก่งขนาดนี้?
เชื้อแบคทีเรียหนองในแท้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดและมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมาก ทุกครั้งที่ร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะเข้าไปทำลาย แต่ยาปฏิชีวนะนั้นมีความแรงไม่พอ หรือคนไข้กินยาไม่ครบตามขนาดที่หมอสั่ง เชื้อบางส่วนที่แข็งแรงกว่าจะรอดชีวิตและเรียนรู้วิธีการปรับโครงสร้างพันธุกรรมของตัวเองเพื่อต่อต้านยานั้นในครั้งต่อไป
พฤติกรรมการซื้อยากลุ่มเพนิซิลลินหรือยากลุ่มควิโนโลนมากินเองตามความเคยชิน ทำให้เชื้อหนองในแท้พัฒนาสายพันธุ์จนดื้อต่อยาเหล่านี้เกือบ 100% แล้วในปัจจุบัน ส่งผลให้ยาปฏิชีวนะสูตรพื้นฐานที่เคยรักษาหายขาดในอดีต กลายเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าที่ไม่สามารถทำอันตรายต่อเชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้ได้เลย
ความน่ากลัวของ 'ซูเปอร์หนองใน' เมื่อยาปฏิชีวนะทั่วไปใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
เมื่อเชื้อหนองในแท้พัฒนาตัวเองจนดื้อต่อยาปฏิชีวนะเกือบทุกกลุ่มในท้องตลาด ทางการแพทย์จะเรียกเชื้อสายพันธุ์นี้ว่า Super Gonorrhea หรือ ซูเปอร์หนองใน ซึ่งสถานการณ์นี้น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
ผลกระทบเมื่อรักษาไม่หายเนื่องจากเชื้อดื้อยา
- เกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง: ในผู้ชายอาจทำให้ท่อปัสสาวะตีบตัน อัณฑะอักเสบจนนำไปสู่การเป็นหมัน ในผู้หญิงจะเกิดพังผืดในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรัง
- เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด: แม้จะพบได้ไม่บ่อยแต่หากเกิดขึ้น เชื้อสามารถลุกลามไปทำให้ข้อต่ออักเสบ บวมแดงตามข้อ หรือส่งผลกระทบต่อลิ้นหัวใจและสมอง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
- แพร่เชื้อที่รักษายากสู่ผู้อื่น: คนไข้ที่ติดเชื้อดื้อยาจะกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อสายพันธุ์ดื้อยาที่รักษายากนี้ไปยังคู่นอน ทำให้วงจรการดื้อยาขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้น
หมอรักษาหนองในแท้อย่างไร ในยุคที่เชื้อเริ่มดื้อยา
เนื่องจากปัญหา โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันวงการแพทย์จึงเลิกใช้ยาปฏิชีวนะชนิดกินเพียงอย่างเดียวในการรักษาโรคหนองในแท้เป็นหลัก แต่ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาตามมาตรฐานสากลใหม่
ปัจจุบัน วิธีการรักษาหลักคือการใช้ยาฉีดกลุ่มเซฟาโลสปอริน (เช่น Ceftriaxone) ร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะชนิดกินอีกหนึ่งชนิดร่วมด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการกวาดล้างเชื้อและป้องกันไม่ให้เชื้อปรับตัวเพื่อดื้อยาตัวใหม่ได้อีก
สิ่งที่หมออยากเน้นย้ำที่สุดคือ เมื่อคนไข้เข้ารับการรักษาแล้ว แม้อาการแสบขัดหรือหนองจะหายไปตั้งแต่ 2-3 วันแรกของการรักษา แต่ก็ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องพาคู่นอนมารักษาร่วมด้วยเสมอ แม้ว่าคู่นอนจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ตาม เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำไปซ้ำมา
วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำจนเกิดเชื้อดื้อยา
การป้องกันและการตระหนักรู้เป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดในการหยุดยั้งปัญหาหนองในแท้ดื้อยา แนวทางปฏิบัติตนที่ถูกต้องและทำได้จริงมีดังนี้
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรคหนองในแท้และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง: หากมีอาการผิดปกติที่อวัยวะเพศ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับยาสูตรที่ถูกต้องทันที
- ตรวจคัดกรองสุขภาพทางเพศเป็นประจำ: โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพื่อจะได้รักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- งดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา: ต้องงดร่วมเพศจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าทั้งตัวคนไข้และคู่นอนหายขาดจากโรคเรียบร้อยแล้ว
การเจอกับปัญหาโรคหนองในแท้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่การปล่อยทิ้งไว้หรือรักษาอย่างผิดวิธีเพราะกลัวการไปพบแพทย์ต่างหากที่อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายในระยะยาว การตระหนักถึงภัยของเชื้อดื้อยาและเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์เฉพาะทาง คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก