วันหนึ่งมีคนไข้ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหมอที่คลินิกด้วยท่าทางกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด เขาเล่าว่ามีอาการปัสสาวะแสบขัดและมีหนองไหลซึมออกมาจากปลายอวัยวะเพศ จึงตัดสินใจไปซื้อยาฆ่าเชื้อชนิดเม็ดมากินเองจากร้านขายยาแถวบ้าน กินไปได้สามสี่วันอาการเหมือนจะดีขึ้นนิดหน่อย แต่พอหยุดยาได้ไม่นาน อาการหนองไหลและเจ็บแสบก็กลับมาเป็นอีกรอบ แถมคราวนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
นี่คือสถานการณ์จริงที่หมอพบเจอได้บ่อยมากในปัจจุบัน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ธรรมดา แต่กำลังชี้ให้เห็นถึงวิกฤตครั้งใหญ่ในวงการแพทย์ นั่นคือเรื่องของ โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา ที่นับวันจะทวีความรุนแรงและรักษาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมเชื้อหนองในแท้ในยุคนี้ถึงเริ่มดื้อยาปราบยากขึ้นทุกที
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคหนองในแท้ มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae เจ้าเชื้อตัวนี้มีความสามารถพิเศษในการปรับตัวและพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วมาก เมื่อเรากินยาปฏิชีวนะเข้าไปไม่ครบขนาด หรือซื้อยามากินเองแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ยาเหล่านั้นจะฆ่าเชื้อได้เฉพาะตัวที่อ่อนแอ ส่วนตัวที่แข็งแรงและกลายพันธุ์จะรอดชีวิตอยู่ และพวกมันจะเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองจากยาชนิดนั้นๆ ส่งผลให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยาขึ้นมา
ในอดีต เราเคยใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินหรือกลุ่มควิโนโลนในการรักษาหนองในแท้ได้อย่างราบรื่น แต่ตอนนี้ยาเหล่านั้นแทบจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ปัจจุบันแพทย์ต้องขยับไปใช้ยาฉีดกลุ่มเซฟาโลสปอรินร่วมกับยารับประทานตัวอื่น แต่รายงานทางการแพทย์ทั่วโลกเริ่มพบว่า เชื้อหนองในแท้เริ่มมีการดื้อยาฉีดตัวสุดท้ายนี้แล้วเช่นกัน ทำให้ปัญหา โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา กลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งในเวลานี้
เช็กอาการเตือนของโรคหนองในแท้ และสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังเจอกับเชื้อดื้อยา
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราติดเชื้อหนองในแท้ และที่สำคัญคือจะรู้ได้อย่างไรว่าเชื้อที่เราได้รับมานั้นเป็นสายพันธุ์ดื้อยาหรือไม่ หมออยากให้สังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
อาการในผู้ชายที่มักสังเกตได้ง่าย
- มีอาการปัสสาวะแสบขัด เจ็บเหมือนมีเข็มทิ่มเวลาปัสสาวะ
- มีหนองสีเหลืองหรือสีเขียวเข้มข้นไหลซึมออกมาจากท่อปัสสาวะ โดยมักเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 2 ถึง 7 วัน
- บางรายอาจมีอาการอัณฑะบวม หรืออักเสบร่วมด้วย
อาการในผู้หญิงที่มักซ่อนเร้นและอันตรายกว่า
- ผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงเด่นชัด หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนทำให้ละเลยไป
- มีตกขาวผิดปกติ สีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นเหม็น
- ปัสสาวะแสบขัด หรือรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจลุกลามทำให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นหมันหรือตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ในอนาคต
ส่วนสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเจอกับภาวะเชื้อดื้อยา คือการที่คุณเข้ารับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแล้ว แต่อาการเจ็บแสบหรือหนองไหลยังคงไม่หายไป หรือหายไปเพียงไม่กี่วันแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง โดยไม่มีการไปรับเชื้อใหม่มาเพิ่ม นั่นแสดงว่าเชื้อในร่างกายของคุณอาจไม่ตอบสนองต่อยาที่ใช้อยู่แล้ว
วิธีรักษาในปัจจุบัน เมื่อสูตรยาเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา แนวทางการรักษาของแพทย์จึงต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก หมอจะไม่สามารถออกยาให้คนไข้ไปกินเองเฉยๆ ได้อีกต่อไป แต่ขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องจะมีกระบวนการที่รัดกุมดังนี้
- การเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อและเพาะเชื้อ: แพทย์จะเก็บสิ่งส่งตรวจจากท่อปัสสาวะหรือปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจยืนยันสายพันธุ์และทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ วิธีนี้จะช่วยให้รู้แน่ชัดว่าเชื้อดื้อต่อยาตัวไหน และยังไวต่อยาตัวไหนบ้าง
- การใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกันสองชนิด (Dual Therapy): เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันการดื้อยาเพิ่มขึ้น แพทย์มักจะสั่งใช้ยาฉีดร่วมกับยารับประทานพร้อมกันในคราวเดียว
- การรักษาคู่นอนควบคู่กันไป: นี่คือหัวใจสำคัญของการรักษา หากรักษาเฉพาะตัวเราแต่คู่ของเราไม่ได้รักษาด้วย เมื่อมีเพศสัมพันธ์กันอีกครั้ง เชื้อก็จะวนกลับมาติดต่อซ้ำ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเป็นเชื้อดื้อยาที่รักษายากกว่าเดิม
วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันและการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตัดวงจรของโรคนี้ หมอขอแนะนำแนวทางที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงดังนี้
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์: เป็นวิธีที่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึงหนองในแท้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะกินเองเด็ดขาด: เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ตรงจุด การซื้อยาฆ่าเชื้อกินเองนอกจากจะไม่หายขาดแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เชื้อดื้อยาแข็งแกร่งขึ้นด้วย
- กินยาให้ครบตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด: แม้ว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายไปแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะเชื้ออาจยังถูกกำจัดไม่หมดและกลับมาดื้อยาได้ง่ายขึ้น
- งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา: ควรงดจนกว่าแพทย์จะตรวจยืนยันว่าเชื้อหายสนิทแล้วทั้งตัวเราและคู่ของเรา
โรคหนองในแท้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวจนรักษาไม่ได้ หากเราเข้าใจธรรมชาติของโรคและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ซ้ำเติมปัญหาด้วยการซื้อยากินเอง เพื่อไม่ให้เราต้องเผชิญกับวิกฤตเชื้อดื้อยาที่อาจทำให้ไม่มียาตัวไหนรักษาได้อีกในอนาคต