ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาหาด้วยความตกอกตกใจ เล่าให้ฟังด้วยสีหน้ากังวลว่าจู่ๆ อุจจาระก็เปลี่ยนเป็นสีดำเข้มหรือสีเทาคล้ายสีของยางมะตอย ทั้งๆ ที่ไม่ได้กินเลือดหมู เลือดตับ หรือยาบำรุงเลือดอะไรเลย พอลองไล่เรียงประวัติการเจ็บป่วยดูก็พบว่า เพิ่งจะซื้อยาแก้ท้องเสียหรือยาบรรเทาอาการปวดท้องจากร้านขายยามาทาน ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ก็คือยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (bismuth subsalicylate) ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีนั่นเองครับ

ทำไมกินยาตัวนี้แล้วอึถึงเปลี่ยนสี? ไขข้อข้องใจจากกลไกในร่างกาย

เวลาที่คนไข้กินยาบิสมัท ซับซาลิไซเลตเข้าไป ตัวยาจะเดินทางไปทำงานเคลือบและบรรเทาอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและลำไส้ แต่ระหว่างที่มันเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารนั้น ตัวยาจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับสารประกอบกำมะถันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในน้ำย่อยและอุจจาระของเรา

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำปฏิกิริยานี้คือการเกิดสารประกอบบิสมัทซัลไฟด์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสีดำเข้ม เมื่อกาก4อาหารเคลื่อนตัวลงมาขับถ่ายออกมา จึงทำให้สีอุจจาระของเราเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ ไม่ได้แปลว่ามีเลือดออกในทางเดินอาหารแต่อย่างใดครับ

ความต่างที่ต้องรู้ระหว่างอึดำจากยา กับอึดำจากเลือดออกในทางเดินอาหาร

เรื่องนี้เป็นจุดที่หมอมักจะย้ำกับคนไข้อยู่เสมอ เพราะความกลัวที่สุดเวลาเห็นอุจจาระสีดำคือกลัวว่าจะมีเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งลักษณะจะมีความแตกต่างกันพอสมควรเพื่อให้เราสังเกตได้เบื้องต้น

  • สีและลักษณะจากยาบิสมัท: มักจะเป็นสีดำสนิทหรือออกไปทางเทาเข้ม คล้ายสีของถ่านหรือยางมะตอย เนื้ออุจจาระปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวเลือดผิดปกติ และไม่มีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย
  • สีและลักษณะจากเลือดออก: มักจะเป็นสีดำเข้มปนแดงคล้ำ มีความเหนียวข้นเยิ้มคล้ายน้ำมันดิน (Melena) และมักจะมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงมากร่วมกับอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือปวดท้องร่วมด้วย

อาการแบบนี้จะหายไปเองไหม และต้องปฏิบัติตัวอย่างไรต่อ

สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ ขอให้สบายใจได้เลยครับว่า อาการอุจจาระเปลี่ยนสีจากการกินยาบิสมัท ซับซาลิไซเลตนี้ เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงใดๆ และไม่อันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

โดยทั่วไป สีของอุจจาระจะค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติได้เองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หลังจากที่เราหยุดกินยาตัวนี้จนหมดฤทธิ์ สิ่งที่หมอแนะนำคือไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องรีบไปสวนทวารหรือกินยาขับพิษอะไรเพิ่มเติม แค่ปล่อยให้ร่างกายขับถ่ายตามธรรมชาติ และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอก็เพียงพอแล้วครับ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าการเปลี่ยนสีของอุจจาระจากยาตัวนี้จะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากหยุดยาไปเกินสองวันแล้วอุจจาระยังคงดำสนิทอยู่ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องเฉียบพลัน อาเจียนเป็นเลือด มีไข้สูง หรือรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง แบบนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down