ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินคำแซวเรื่องน้ำหนัก รูปร่าง หรือการกินอาหารบนโต๊ะอาหาร จนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันในวงสนทนา แต่รู้หรือไม่ว่า สำหรับบางคนแล้ว คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเหล่านั้นกลับฝังรากลึกกลายเป็นบาดแผลทางใจที่ค่อยๆ กัดกินสุขภาพจิต และส่งพฤติกรรมสะท้อนออกมาทางจานอาหาร จนกลายเป็นโรคที่แพทย์เรียกว่า ภาวะความผิดปกติของการกินจากคำวิจารณ์เชิงกลั่นแกล้ง ที่กำลังเงียบเชียบแต่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้ทั้งตัว

คำแซวเล่นที่ไม่ได้ตลกด้วย: จุดเริ่มต้นของแผลในใจเรื่องรูปร่าง

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ในห้องตรวจ ผมมักจะได้ยินเรื่องเล่าทำนองว่า 'แกดูอ้วนขึ้นนะช่วงนี้' หรือ 'กินเยอะขนาดนี้ ระวังตัวกลมเป็นหมูนะ' จากปากของคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว หรือแม้แต่แฟน คำพูดเหล่านี้มักมาพร้อมกับเสียงหัวheadเราะ แต่สำหรับคนที่รับฟัง มันคือการตัดสินคุณค่าความเป็นมนุษย์ผ่านก้อนเนื้อและไขมันบนร่างกาย

เมื่อคำวิจารณ์เหล่านี้ถูกพูดซ้ำๆ สมองจะเริ่มจดจำและสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาในหัวของตัวเอง กลายเป็นความกังวลขั้นรุนแรงว่าคนอื่นจะมองว่าเราอ้วนหรือน่าเกลียด ทำให้เกิดความพยายามที่จะควบคุมรูปร่างด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ

สมองกับจานอาหารที่เปลี่ยนไป: กลไกเมื่อคำบูลลี่สั่งให้เราอดหรือกิน

เมื่อคนไข้เผชิญกับแรงกดดันจากคำวิจารณ์ วงจรการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความอยากอาหารจะเริ่มรวน คำพูดแย่ๆ เหล่านั้นกระตุ้นให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาสูง ทำให้เกิดพฤติกรรมสุดโต่งสองแบบที่ต่างกันสุดขั้ว

กลุ่มแรกจะเลือกอดอาหารอย่างรุนแรงเพราะกลัวคำครหา จนน้ำหนักลดฮวบและสารอาหารไม่พอ ส่วนอีกกลุ่มอาจมีความเครียดสะสมจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เกิดอาการกินตุนและกินปริมาณมากในครั้งเดียว (Binge Eating) แล้วตามด้วยความรู้สึกผิดเกลียดตัวเองจนต้องแอบไปอาเจียนออก

เช็กสัญญาณเตือนรอบตัว: พฤติกรรมแบบไหนที่บอกว่าเริ่มป่วยแล้ว

ภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง หากสังเกตคนใกล้ตัวหรือตัวเราเองมีอาการเหล่านี้ ควรรีบหันมาใส่ใจอย่างจริงจัง

  • หมกมุ่นกับการนับแคลอรีในอาหารทุกคำอย่างเคร่งครัดเกินเหตุ
  • ปฏิเสธการร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพราะไม่อยากถูกจับตามองเวลาเคี้ยวอาหาร
  • มีความรู้สึกเกลียดชังร่างกายตัวเองอย่างรุนแรงเมื่อส่องกระจก
  • น้ำหนักตัวขึ้นลงผิดปกติในเวลาอันสั้นจากการควบคุมอาหารที่รุนแรง

วิธีเยียวยาจิตใจและคืนความสุขให้กับมื้ออาหารอีกครั้ง

การรักษาความผิดปกตินี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยเวลาและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตระหนักรู้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวอาหารหรือรูปร่างของเรา แต่อยู่ที่แผลในใจที่เกิดจากคำพูดของผู้อื่น

การพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อปรับมุมมองความคิด (CBT) จะช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามคำวิจารณ์เหล่านั้นได้ ในขณะเดียวกัน คนรอบข้างก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย งดการวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของกันและกัน เพื่อให้มื้ออาหารกลับมาเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการบำรุงร่างกายตามธรรมชาติอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down