ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเหงื่อท่วมตัว หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก และยังมีความรู้สึกหวาดกลัวหลงเหลืออยู่จากเรื่องราวที่เพิ่งฝันไป ถ้าเป็นแค่ครั้งคราวคงพอยอมรับได้ แต่ถ้าอาการแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนทำให้ไม่อยากนอน หรือกลัวการหลับไปเลย นี่ไม่ใช่แค่ฝันร้ายธรรมดาแล้วครับ

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้เรื่องการนอนหลับอยู่บ่อยๆ ผมมักจะเจอคนไข้ที่มาปรึกษาด้วยเรื่องตื่นมาแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ หายใจไม่อิ่ม และรู้สึกเหมือนเหตุการณ์ในฝันนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง อาการเหล่านี้สร้างความเหนื่อยล้าทางจิตใจให้ไม่น้อยเลย วันนี้เรามาคุยกันแบบเปิดใจถึงเรื่องนี้ครับว่ามันคืออะไร และเราจะช่วยให้สมองและร่างกายกลับมานอนหลับได้อย่างสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร

ความต่างระหว่างฝันร้ายธรรมดากับอาการฝันร้ายรุนแรงและตื่นตระหนก

เวลาที่เราฝันร้ายทั่วไป เราอาจจะสะดุ้งตื่นแล้วรู้ตัวทันทีว่านั่นเป็นแค่ความฝัน ใช้เวลาสักพักก็หายใจเข้าลึกๆ แล้วนอนต่อได้ แต่สำหรับอาการฝันร้ายรุนแรงและตื่นตระหนกนั้นมีความเข้มข้นกว่ามาก

คนไข้กลุ่มนี้มักจะตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายตื่นตัวเต็มที่ (Fight or Flight response) ชีพจรเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก บางคนมีอาการสั่น หรือรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายจริงๆ แม้จะตื่นมาแล้วหลายนาทีก็ยังสลัดความกลัวออกไปไม่ได้ แถมยังจำรายละเอียดของฝันร้ายนั้นได้อย่างแม่นยำจนไม่กล้าข่มตาหลับต่อ เพราะกลัวว่าถ้าหลับไปแล้วจะเจอฝันเรื่องเดิมอีก

ทำไมสมองถึงพาเราดิ่งลงไปเจอความฝันที่น่ากลัวขนาดนั้น?

ในทางการแพทย์ การเกิดฝันร้ายรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มักมีตัวกระตุ้นที่ทำให้สมองส่วนที่จัดการเรื่องอารมณ์และความกลัวทำงานหนักเกินไปในช่วงที่เราหลับลึก โดยเฉพาะช่วงการนอนหลับแบบ REM Sleep ที่สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) จะทำงานอย่างดุเดือด

สาเหตุหลักๆ ที่ผมมักพบเจอในคนไข้ ได้แก่

  • ความเครียดสะสมและปมในใจ: เรื่องราวค้างคาใจ ความกดดันในการทำงาน หรือเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีต (Trauma) ที่สมองยังประมวลผลไม่จบ จะถูกนำมาฉายซ้ำเป็นภาพฝันร้ายในยามค่ำคืน
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด: ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต หรือแม้แต่การหยุดยาบางตัวกระทันหัน ก็มีส่วนทำให้วงจรการนอนหลับรวนได้
  • พฤติกรรมการนอนและอาหารการกิน: การกินอาหารมื้อหนักหรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนไม่นาน ทำให้กระบวนการนอนหลับถูกรบกวน สมองตื่นตัวมากกว่าปกติ
  • โรคประจำตัวเกี่ยวกับการนอน: ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) หรือโรคตื่นตระหนก (Panic Disorder) ที่แสดงออกทางความฝัน

ผลกระทบระยะยาวเมื่อการนอนไม่ใช่การพักผ่อนอีกต่อไป

การต้องเผชิญกับอาการฝันร้ายรุนแรงและตื่นตระหนกคืนแล้วคืนเล่า ร่างกายและจิตใจจะเริ่มส่งสัญญาณประท้วง ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น อ่อนเพลียระหว่างวัน หงุดหงิดง่าย สมาธิลดลง และที่น่าเป็นห่วงคือความวิตกกังวลก่อนนอน (Anticipatory Anxiety) ที่ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังตามมา เพราะสมองเริ่มผูกความมืดและการนอนเตียงเดิมเข้ากับความกลัวไปเสียแล้ว

ปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองอย่างไรให้คืนความสงบให้ห้องนอน

ข่าวดีคืออาการเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถบรรเทาและรักษาให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจครับ ลองเริ่มทำตามแนวทางเหล่านี้ดูครับ

  • จัดระเบียบเวลานอนให้สม่ำเสมอ: เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน เพื่อให้วงจรการนอนของสมองเข้าที่เข้าทาง
  • เคลียร์สมองก่อนเข้านอน: งดการเสพข่าวสารเครียดๆ หรือภาพยนตร์สยองขวัญช่วงก่อนนอนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ลองเปลี่ยนมาเขียนบันทึกระบายความรู้สึก หรือเรื่องที่กังวลลงในกระดาษ เพื่อบอกสมองว่าเราได้จัดการมันเสร็จแล้ว ไม่ต้องเก็บไปคิดต่อในความฝัน
  • สร้างบรรยากาศห้องนอนให้ปลอดภัย: ปิดไฟให้มืดสนิท หรือเปิดไฟหรี่สลัวๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นสบาย
  • ฝึกเทคนิคผ่อนคลายความตึงเครียด: ฝึกการหายใจลึกๆ (Deep Breathing) หรือการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ (Progressive Muscle Relaxation) บนเตียง เพื่อส่งสัญญาณบอกระบบประสาทว่าตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

หากคุณลองปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้ว อาการฝันร้ายรุนแรงและตื่นตระหนกยังคงเกิดขึ้นถี่ๆ สัปดาห์ละหลายครั้ง จนเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือเริ่มมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย แนะนำว่าควรมาพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดครับ

บางครั้งเราอาจจำเป็นต้องใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในสมองร่วมกับการทำจิตบำบัด เพื่อช่วยตัดวงจรความกลัวและฟื้นฟูการนอนหลับที่มีคุณภาพให้กลับคืนมา การยอมรับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณก้าวข้ามผ่านค่ำคืนที่น่ากลัวเหล่านี้ไปได้เร็วขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down