ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ดูแลผู้ป่วยที่มีเสมหะในทางเดินหายใจเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่สูงอายุ หรือคนที่นอนติดเตียง การดูดเสมหะถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้โล่งขึ้น แต่หลายครั้งหมอมักจะเจอความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า การดูดเสมหะคือการรีบสอดสายเข้าไปดูดออกให้เร็วที่สุด โดยลืมขั้นตอนสำคัญอีกหนึ่งอย่างไป นั่นคือการให้ออกซิเจนสำรองก่อนและหลังทำหัตถการ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนนี้มีความสำคัญถึงชีวิตและช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้

เบื้องหลังการดูดเสมหะ: ทำไมร่างกายถึงต้องการออกซิเจนเพิ่ม

การดูดเสมหะไม่ได้เอาแค่ตัวเสมหะออกมาเท่านั้น แต่ในจังหวะที่เราสอดสายเข้าไปเพื่อดูดออก เครื่องดูดสูญญากาศก็จะดึงเอาอากาศและออกซิเจนที่ค้างอยู่ในปอดของผู้ป่วยออกไปด้วยชั่วคราว ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่าเหมือนเวลาที่เรากลั้นหายใจดำน้ำ ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาทีนั้น ระดับออกซิเจนในเลือดของผู้ป่วยจะค่อยๆ ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว สำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่สำหรับผู้ป่วยที่ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่อยู่แล้ว การขาดออกซิเจนกะทันหันนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด หรือหมดสติได้เลยทีเดียว

ช่วงก่อนดูดเสมหะ: เติมออกซิเจนให้เต็มปอดเพื่อเตรียมความพร้อม

ก่อนที่เราจะเริ่มกระบวนการดูดเสมหะทุกครั้ง สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการให้ออกซิเจนเสริม เพื่อเปรียบเสมือนการเติมน้ำมันสำรองให้เต็มถังก่อนออกเดินทาง ไกด์ไลน์ทางการแพทย์แนะนำให้เพิ่มการไหลของออกซิเจนหรือช่วยให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจนความเข้มข้นสูงขึ้นสักครู่หนึ่ง การทำแบบนี้จะช่วยสะสมออกซิเจนในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อไว้ล่วงหน้า เมื่อเราสอดสายดูดเสมหะเข้าไปแล้ว ร่างกายผู้ป่วยจะมีออกซิเจนสำรองพอที่จะรับมือกับช่วงเวลาที่อากาศถูกดึงออกไปได้โดยที่ระดับออกซิเจนในเลือดไม่ตกวูบลงจนน่าใจหาย

ช่วงหลังดูดเสมหะ: รีบคืนออกซิเจนด่วนเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว

หลังจากที่เราดึงสายดูดเสมหะออกมาเรียบร้อยแล้ว งานยังไม่จบแค่นั้นครับ ช่วงเวลาหลังจากนี้สำคัญไม่แพ้กัน เพราะปอดของผู้ป่วยเพิ่งผ่านภาวะสูญเสียอากาศไป สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการกลับมาให้ออกซิเจนสำรองต่อเนื่องในระดับปกติ เพื่อเร่งกวาดต้อนออกซิเจนกลับเข้าสู่กระแสเลือดและฟื้นฟูการหายใจให้กลับมาคงที่โดยเร็วที่สุด สังเกตได้ง่ายๆ ว่าผู้ป่วยจะหายใจได้สงบขึ้น สีผิวไม่คล้ำ และชีพจรกลับมาเต้นเป็นปกติ

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าผู้ป่วยได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอระหว่างดูดเสมหะ

ในระหว่างและหลังการทำความสะอาดทางเดินหายใจ ผู้ดูแลต้องคอยสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเสมอ หากพบอาการเหล่านี้แปลว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนและต้องหยุดพักทันที:

  • สีผิวเปลี่ยนไป: ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังเริ่มมีสีคล้ำอมม่วง
  • ชีพจรผิดปกติ: ชีพจรเต้นเร็วขึ้นมาก หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • อาการทางระบบประสาท: ผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ค่าออกซิเจนตก: หากมีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ตัวเลขจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่แพทย์กำหนด

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้คือสิ่งที่ช่วยชีวิตคนไข้มานักต่อนัก การไม่ละเลยการให้ออกซิเจนสำรองทั้งก่อนและหลังดูดเสมหะ จะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัย ลดความเครียดของร่างกาย และทำให้การพยาบาลในแต่ละวันดำเนินไปได้อย่างราบรื่นที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down