หลายครั้งเวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาในห้องตรวจเรื่องระบบขับถ่าย สิ่งแรกๆ ที่หมอมักจะถามเสมอคือ ช่วงนี้อุจจาระเป็นอย่างไรบ้าง มีสีแปลกไปจากเดิมไหม หลายคนอาจคิดว่าเรื่องสีของอุจจาระเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เปลี่ยนไปตามอาหารที่กินในแต่ละวัน แต่วันนี้หมออยากชวนมาคุยกันในมุมมองทางการแพทย์ว่า สีและลักษณะของอุจจาระนี่แหละครับ คือกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนสุขภาพภายในลำไส้ของเราได้ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องทางเดินอาหาร ที่บางสีอาจเป็นแค่เรื่องชั่วคราว แต่บางสีคือสัญญาณเตือนภัยที่หมอต้องรีบส่งตัวไปส่องกล้องทันที
อุจจาระสีดำเหมือนยางมะตอย เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าวันไหนตื่นมาแล้วพบว่าอุจจาระมีสีดำเข้มจัด เนื้อสัมผัสเหนียวหนืดคล้ายยางมะตอย หรือมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงกว่าปกติ สิ่งแรกที่หมอจะนึกถึงคือ เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเลือดออกจากหลอดอาหาร เมื่อเลือดนี้ทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยและกรดในกระเพาะนานเข้า สีของมันจะเปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีดำสนิท
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หมอก็ต้องเช็กประวัติก่อนครับว่า คนไข้ได้กินยาบำรุงเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีส่วนผสมของบิสมัท หรือกินเลือดหมู เลือดวัวมาหรือเปล่า เพราะพวกนี้ก็ทำให้อุจจาระดำได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้กินอะไรเหล่านี้เลย แล้วมีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัวร่วมด้วย แบบนี้ถือเป็นข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น หรือที่เรียกว่า Gastroscopy ที่หมอต้องรีบส่องกล้องเข้าไปดูต้นตอของเลือดที่ออกโดยเร็วครับ
อุจจาระมีเลือดสดปน หรือสีแดงเข้ม เตือนภัยลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
ภาพที่หลายคนคุ้นตาคือ มีเลือดสีแดงสดหยดลงในโถส้วม หรือติดกระดาษชำระเวลาเช็ด ถ้าเป็นเลือดสดเคลือบนิตยสารอุจจาระ หรือหยดออกมาหลังจากเบ่งแรงๆ ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากริดสีดวงทวาร หรือแผลปริที่ขอบทวารหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่รักษาได้ไม่ยากและมักไม่อันตรายร้ายแรง
แต่ถ้าเลือดนั้นผสมกลมกลืนไปกับเนื้ออุจจาระ หรืออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำคล้ายเลือดหมู นั่นหมายความว่าจุดที่เลือดออกอยู่ลึกเข้าไปในลำไส้ใหญ่แล้วครับ อาการแบบนี้ไม่ควรซื้อยาสอดเองแล้วนอนใจ การมาพบแพทย์เพื่อเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หรือ Colonoscopy คือวิธีที่ดีที่สุดในการหาความจริงว่า เลือดนั้นมาจากติ่งเนื้ออักเสบ แผลในลำไส้ หรือความผิดปกติที่น่ากลัวกว่านั้น
อุจจาระสีซีดขาวเหมือนดินน้ำมัน สัญญาณจากตับและท่อน้ำดี
สีของอุจจาระตามปกตินั้นมาจากน้ำดีที่ตับผลิตและขับออกมาผสมกับอาหาร ซึ่งน้ำดีนี่แหละครับที่เป็นตัวการทำให้กากอาหารกลายเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้าวันไหนเข้าห้องน้ำแล้วพบว่าอุจจาระกลายเป็นสีซีดขาวเหมือนดินน้ำมัน หรือสีเทาจางๆ ร่วมกับมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะสีเข้มจัดเหมือนชาเขียวเข้ม
อาการแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของลำไส้แล้ว แต่เป็นความผิดปกติของตับ ถุงน้ำดี หรือท่อน้ำดีอุดตัน ซึ่งขัดขวางไม่ให้น้ำดีไหลลงมาที่ลำไส้ แม้จะไม่ใช่การส่องกล้องลำไส้ใหญ่โดยตรง แต่แพทย์ก็อาจพิจารณาการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นร่วมกับการฉีดสีดูท่อน้ำดี (ERCP) เพื่อแก้ไขปัญหาท่อน้ำดีอุดตันอย่างเร่งด่วน
เช็กลิสต์อาการร่วมอื่นๆ ที่บอกว่าได้เวลาส่องกล้องแล้ว
นอกจากสีของอุจจาระที่ผิดปกติแล้ว หมอยังอยากให้สังเกตอาการอื่นๆ ที่มักมาคู่กัน ซึ่งถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย สีอุจจาระที่ผิดเพี้ยนไปนิดหน่อยก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องส่องกล้องตรวจทันที
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ: กินเท่าเดิมหรือกินน้อยลง แต่น้ำหนักลดลงไปหลายกิโลกรัมในเวลาอัน kısa
- ท้องเสียสลับท้องผูกเรื้อรัง: โดยเฉพาะในคนอายุเกิน 45 ปีที่รูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน
- ปวดท้องเกร็ง แน่นท้องตลอดเวลา: แม้จะถ่ายอุจจาระแล้วก็ยังไม่รู้สึกโล่งท้อง
- มีภาวะซีดหรือโลหิตจาง: ตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าเลือดต่ำ โดยหาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้
การเตรียมตัวส่องกล้องที่หลายคนกังวล จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร
เวลาหมอแนะนำให้คนไข้ส่องกล้อง สิ่งแรกที่มักจะได้ยินคือ คำถามว่าเจ็บไหม น่ากลัวหรือเปล่า ในฐานะหมอที่ดูแลเรื่องนี้ อยากบอกว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมากครับ ก่อนส่องกล้องเราจะมีการให้ยานำสลบ ทำให้คนไข้หลับไปตลอดการตรวจ ไม่รู้สึกเจ็บและไม่รู้สึกตัวเลย ใช้เวลาทำไม่นานประมาณ 15 ถึง 30 นาทีเท่านั้น
ส่วนที่หลายคนบ่นว่ายากที่สุด กลับเป็นการเตรียมลำไส้ก่อนส่องกล้องต่างหาก เพราะต้องดื่มยาระบายเพื่อเคลียร์ลำไส้ให้สะอาดหมดจด เพื่อให้หมอสามารถมองเห็นผนังลำไส้ได้อย่างชัดเจนทุกซอกทุกมุม หากพบติ่งเนื้อเล็กๆ หมอก็สามารถตัดออกได้ทันทีในคราวเดียวกัน ช่วยตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่ติ่งเนื้อนั้นจะกลาย 5 ไปเป็นมะเร็งในอนาคต
ท้ายที่สุดนี้ หมออยากฝากไว้ว่า ร่างกายของเราส่งสัญญาณเตือนผ่านการขับถ่ายเสมอ การใส่ใจมองดูอุจจาระของตัวเองก่อนกดชำระทุกครั้งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นความใส่ใจสุขภาพที่ง่ายและทรงพลังที่สุด หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่สัปดาห์หนึ่งยังไม่ดีขึ้น หรือมีสีอุจจาระที่หมอเตือนไปข้างต้น อย่าเพิ่งกลัวการมาพบแพทย์ครับ การตรวจพบเร็วและวินิจฉัยได้แม่นยำ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ช่วยให้เรากลับมามีสุขภาพลำไส้ที่แข็งแรงได้อีกครั้งครับ