ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก คนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกมักจะมาด้วยอาการไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก สิ่งแรกที่ทุกคนกังวลใจเหมือนกันคือ นี่เราแค่นเป็นหวัดธรรมดา หรือว่าเชื้อโรคลงปอดไปแล้วกลายเป็นปอดอักเสบกันแน่ เพราะอาการเริ่มต้นมันช่างคล้ายกันเสียเหลือเกินจนแทบแยกไม่ออก
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ไข้หวัดและโรคทางเดินหายใจอยู่ทุกวัน วันนี้เลยอยากชวนมาทำความเข้าใจให้ชัดเจนถึง ความแตกต่างระหว่างอาการปอดอักเสบและอาการหวัดธรรมดา เพื่อที่เราจะได้สังเกตอาการตัวเองและคนที่เรารักได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่อาการเล็กน้อยจะลุกลามใหญ่โต
มาทำความรู้จักหวัดธรรมดากันก่อน แค่พักผ่อนก็หายได้จริงหรือ
เวลาที่เราเป็นหวัดธรรมดา ตัวการหลักมักจะเป็นไวรัสกลุ่ม Rhinovirus หรือ Coronavirus สายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง ซึ่งเจ้าไวรัสพวกนี้ชอบเล่นงานระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ และไซนัส
อาการที่เรามักจะเจอได้บ่อย ได้แก่:
- คัดจมูก น้ำมูกใสๆ หรือข้นขึ้นเล็กน้อย
- เจ็บคอ ระคายคอ
- ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะใสเล็กน้อย
- จาม ปวดหัวตุบๆ เบาๆ และมีไข้ต่ำ
- รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อy
โดยธรรมชาติของหวัดธรรมดาแล้ว ร่างกายของเรามีความสามารถในการจัดการกับเจ้าไวรัสเหล่านี้ได้เอง ขอแค่ได้นอนพักผ่อนดื่มน้ำอุ่นมากๆ และกินยาตามอาการ เช่น ยาลดน้ำมูก หรือพาราเซตามอล อาการก็จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายสนิทได้ภายใน 5 ถึง 7 วัน โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรน่าห่วง
เมื่อไหร่ถึงเรียกว่าปอดอักเสบ หรือปอดบวม ที่อันตรายกว่าเดิม
ต่างจากหวัดธรรมดาตรงที่ ปอดอักเสบ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่าปอดบวม เป็นการติดเชื้อที่ลึกลงไปถึงเนื้อเยื่อปอดและถุงลม อาจเกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือแม้แต่เชื้อรา ทำให้ถุงลมในปอดเต็มไปด้วยหนองและเสมหะ ร่างกายจึงแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้ตามปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
จุดสังเกตสำคัญที่ทำให้ปอดอักเสบต่างจากหวัดทั่วไป
แม้จุดเริ่มต้นจะไอและมีไข้เหมือนกัน แต่ความรุนแรงและลักษณะอาการจะมีความจำเพาะที่ช่วยให้เราสังเกตความผิดปกติได้ ดังนี้:
- ไข้สูงและนานกว่าปกติ: ไข้ไม่ยอมลด หรือไข้กลับมาสูงอีกหลังจากที่เคยลดไปแล้ว
- อาการไอที่รุนแรงขึ้น: ไอหนัก ไอเรื้อรัง และมีเสมหะข้นเปลี่ยนสีเป็นเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน
- หายใจลำบาก หายใจเร็ว: รู้สึกอึดอัด หายใจไม่อิ่ม หายใจหอบเหนื่อย หรือเวลาหายใจเข้าลึกๆ แล้วเจ็บแปล๊บที่หน้าอก
- อาการอ่อนเพลียรุนแรง: หน้าซีด ตัวเย็น ปากเขียวคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจน ซึมลง หรือสับสนในผู้สูงอายุ
วิธีสังเกตง่ายๆ ที่บ้าน แยกให้ออกว่าอันไหนแค่หวัด อันไหนเสี่ยงปอดอักเสบ
ถ้าจะให้สรุปให้เห็นภาพชัดเจน เวลาที่คนไข้มาถามที่ห้องตรวจ หมอจะให้ลองเช็กลิสต์ง่ายๆ สองข้อนี้
ข้อแรกคือเรื่องของ ระยะเวลาและความรุนแรงของไข้ ถ้าเป็นหวัด ไข้จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 3 วันแรก แต่ถ้าเป็นปอดอักเสบ ไข้จะสูงต่อเนื่องและมีอาการเพลียมากร่วมด้วย
ข้อที่สองคือ ลักษณะการหายใจ หวัดธรรมดาอาจจะมีคัดจมูกหายใจไม่สะดวก แต่จะไม่มีอาการหอบเหนื่อยหรือเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเหมือนคนที่เป็นปอดอักเสบแน่นอน
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบมาหาหมอทันที
หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการไอและเป็นไข้ แต่เริ่มมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ขอแนะนำว่าอย่ารอดูอาการอยู่ที่บ้าน ให้รีบมาโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ทันที:
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ค่อยไหว
- เจ็บหน้าอกทุกครั้งที่หายใจเข้าหรือไอ
- ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเริ่มเขียวคล้ำ
- มีอาการซึมลง สับสน มึนงง พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง (มักพบได้ชัดเจนในผู้สูงอายุ)
- กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หากมีอาการหวัดร่วมกับไข้สูง ควรรีบมาตรวจเช็กปอดโดยเร็ว
การดูแลสุขภาพตัวเองเบื้องต้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอาการเริ่มไม่เป็นไปตามกรอบของหวัดธรรมดา การปล่อยไว้ให้อาการหนักขึ้นอาจทำให้การรักษายุ่งยากซับซ้อนตามไปด้วย สังเกตตัวเองให้ดี มีความผิดปกติรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองครับ