เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจแล้วเล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวก็ท้องเสีย เดี๋ยวก็ท้องผูก สลับกันไปแถมบางวันเห็นสีอุจจาระแปลกไปจนอดกังวลไม่ได้ หลายคนมักจะนึกถึงโรคร้ายแรงไว้ก่อนเสมอ แต่หลังจากซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว บ่อยครั้งที่เราพบว่าต้นตอของปัญหามาจากเรื่องใกล้ตัวอย่างภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) ที่เข้ามาปั่นป่วนระบบทางเดินอาหาร
ลำไส้แปรปรวนคืออะไร ทำไมถึงทำให้เข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ
ภาวะลำไส้แปรปรวนหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า IBS เป็นความผิดปกติของการทำงานของลำไส้ใหญ่ ที่ไม่ได้เกิดจากแผลอักเสบหรือโรคร้ายแรงในเนื้อเยื่อ แต่เป็นเพราะกล้ามเนื้อและระบบประสาทในลำไส้มีความไวต่อสิ่งเร้ามากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความกังวล หรืออาหารบางประเภท ส่งผลให้ลำไส้บีบตัวเร็วเกินไปจนเกิดอาการท้องเสีย หรือบีบตัวช้าเกินไปจนกลายเป็นอาการท้องผูก และบางคนก็เจอทั้งสองอาการสลับกันไปมาในคนเดียวกัน
ความถี่ที่เปลี่ยนไป ท้องผูกสลับท้องเสียเกิดจากอะไร
การที่ความถี่ในการขับถ่ายรวนเรจนเดาใจไม่ได้นั้น เป็นเครื่องหมายการค้าของภาวะนี้เลย แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้
- กลุ่มท้องผูกนำ: ลำไส้บีบตัวช้า อาหารเคลื่อนที่ผ่านช้า น้ำถูกดูดกลับไปมาก ทำให้อุจจาระแห้ง แข็ง เบ่งยาก บางทีหลายวันถึงจะถ่ายครั้ง
- กลุ่มท้องเสียนำ: ลำไส้ไวต่อสิ่งกระตุ้น บีบตัวเร็วและแรงเกินไป น้ำยังไม่ทันถูกดูดกลับก็ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแล้ว ถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือถ่ายบ่อยวันละหลายรอบ
- กลุ่มผสม: เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สัปดาห์นี้ท้องผูก สัปดาห์หน้าท้องเสียวนเวียนกันไป
สีของอุจจาระที่เปลี่ยนไป บอกอะไรเกี่ยวกับลำไส้บ้าง
นอกจากเรื่องความถี่แล้ว สีของอุจจาระในคนที่เป็นลำไส้แปรปรวนก็มักจะทำให้ตกใจได้ง่าย โดยทั่วไปสีของอุจจาระจะเปลี่ยนไปตามอาหารที่กินเข้าไปและความเร็วในการเคลื่อนตัวของลำไส้
ทำไมอุจจาระถึงมีสีเขียวหรือสีเหลืองทองสดกว่าปกติ
เวลาที่ลำไส้บีบตัวเร็วเกินไป อาหารและน้ำดีที่หลั่งออกมาเพื่อย่อยไขมันเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วมากจนร่างกายดูดซับไม่ทัน เม็ดสีจากน้ำดีจึงยังคงหล่อ ทำให้หลายคนสังเกตเห็นอุจจาระเป็นสีเขียวปนเหลือง หรือเหลวเป็นน้ำ ซึ่งไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอไป แต่เป็นเพราะความเร่งรีบของลำไส้ล้วนๆ
อุจจาระสีเข้มหรือดำ คราบความกังวลที่ต้องแยกให้ออก
ในผู้ที่มีอาการท้องผูกร่วมด้วย อุจจาระจะค้างอยู่ในลำไส้นาน น้ำถูกดูดออกหมดจนแห้งและจับตัวกันแน่น บางครั้งอาจทำให้สีดูคล้ำขึ้นได้ แต่หากเป็นสีดำสนิทเหมือนยางมะตอยหรือมีเลือดปน อันนั้นไม่ใช่ลักษณะของลำไส้แปรปรวนธรรมดาแล้ว ต้องให้ความระมัดระวังและควรมาตรวจหาสสาเหตุที่แท้จริงกับแพทย์โดยเร็ว
เมือกใสๆ ที่ปนมากับอุจจาระ น่ากลัวไหม
อาการอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ลำไส้แปรปรวนมักเจอและตกใจกลัวคือ การมีมือกใสๆ หรือเมือกเหนียวๆ เคลือบมากับอุจจาระ ขออธิบายให้สบายใจตรงนี้เลยว่า ผนังลำไส้ของเรามีการสร้างเมือกออกมาหล่อลื่นอยู่แล้วตามปกติ เพื่อให้อาหารเคลื่อนตัวได้สะดวก แต่เมื่อลำไส้เกิดการระคายเคืองหรือบีบตัวผิดปกติจากภาวะนี้ มันจะขับเมือกออกมามากกว่าเดิมจนเราสังเกตเห็นได้ชัดเจน
ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลำไส้กลับมาสงบสุข
การดูแลรักษาภาวะนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่หลักการสำคัญเริ่มต้นจากการสังเกตตัวเอง
- เลือกอาหารที่ใช่: ลดอาหารคาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารมันจัด และอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในท้องง่าย
- จัดการความเครียด: เพราะสมองและลำไส้คุยกันตลอดเวลา ความเครียดคือตัวการสำคัญที่ทำให้ลำไส้บีบตัวรวน
- ดื่มน้ำและขยับร่างกาย: ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอมากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว หากอาการเหล่านี้รบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการเตือนภัยร่วมด้วยเช่น น้ำหนักลด ฮวบฮาบ มีไข้ หรือถ่ายมีเลือดปน การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ออกไปก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้เรามั่นใจได้จริงๆ ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาจากลำไส้แปรปรวนจริงและจะได้รักษาได้อย่างตรงจุดครับ