เสียงแหบเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดแค่จากหวัด
หลายคนเวลาเสียงแหบ มักจะนึกถึงอาการเจ็บคอหรือไข้หวัดทั่วไป พักผ่อนไม่กี่วันก็คงหาย แต่ถ้าอาการเสียงแหบนั้นอยู่ยาวนานเกินสองสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือจู่ๆ เสียงก็หายไปเฉยๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นั่นอาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาแล้วครับ ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ หมอมักจะพบว่าต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเส้นเสียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ส่งสัญญาณมาควบคุมกล่องเสียงต่างหาก
กล่องเสียงทำงานอย่างไร ทำไมระบบประสาทถึงสำคัญนัก?
เวลาที่เราพูด กลืนอาหาร หรือแม้แต่หายใจ กล่องเสียงและเส้นเสียงของเราต้องทำงานประสานกันอย่างแม่นยำราวกับนาฬิกา โดยมีเส้นประสาทสมองคู่ที่สำคัญมากเส้นหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเหมือนสายไฟคอยส่งคำสั่งจากสมองมาขยับกล้ามเนื้อกล่องเสียง หากสายไฟเส้นนี้เกิดการติดขัด เสียหาย หรือถูกกดทับ กล้ามเนื้อเส้นเสียงข้างนั้นก็จะขยับไม่ได้ ส่งผลให้เวลาพยายามพูด ปิดลมหายใจ หรือกลืนน้ำ ก็จะมีลมรั่วออกมา เสียงจึงแหบ แผ่ว หรือไม่มีแรง และที่น่ากังวลคืออาจทำให้สำลักได้ง่ายเวลาทานอาหารด้วย
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเส้นประสาทกล่องเสียงกำลังมีปัญหา?
คนไข้ที่มาพบหม่อมักจะมีอาการเหล่านี้ครับ ซึ่งถ้าใครกำลังเผชิญอยู่ ควรเริ่มสังเกตตัวเองให้ดี
- เสียงแหบแห้งหรือเสียงลม: พูดแล้วเหนื่อย ต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ เสียงไม่มีพลังเหมือนเดิม
- สำลักน้ำหรืออาหารเหลว: เวลาดื่มน้ำแล้วชอบสำลักบ่อยๆ หรือรู้สึกว่ากลืนอะไรแล้วติดขัด
- ไอเรื้อรังหลังกลืน: มีอาการไอโขลกๆ ทันทีที่กลืนอาหารเสร็จ
- กลืนลำบาก: รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ในคอและกลืนไม่ค่อยลง
เช็กให้ชัวร์ด้วยการส่องกล้องตรวจกล่องเสียง
เมื่อสงสัยว่าระบบประสาทที่ควบคุมกล่องเสียงอาจทำงานผิดปกติ การเดาอาการคงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น วิธีการตรวจสอบที่มาตรฐานและเห็นผลชัดเจนที่สุดคือ การตรวจสอบความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมกล่องเสียง ผ่านการส่องกล้องตรวจกล่องเสียง ซึ่งหมอจะมีกล้องขนาดเล็กเท่าไส้ดินสอด้านปลายมีความยืดหยุ่น สอดผ่านรูจมูกเข้าไปเบาๆ เพื่อมองดูการทำงานของเส้นเสียงแบบเรียลไทม์ขณะที่เรากำลังออกเสียงและหายใจ โดยคนไข้ไม่ต้องวางยาสลบและใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
แพทย์จะเห็นอะไรบ้างจากการส่องกล้องตรวจเส้นเสียง
ภาพที่ปรากฏบนจอภาพจะบอกหมอได้ทันทีว่า เส้นเสียงทั้งสองข้างขยับเท่ากันไหม ข้างไหนขยับน้อยกว่าปกติ หรือเป็นอัมพาตไปเลย ถ้าพบว่าเส้นเสียงข้างใดข้างหนึ่งนิ่งสนิท หมอจะรู้ได้ทันทีว่าระบบประสาทที่มาเลี้ยงกล่องเสียงกำลังมีปัญหาขัดข้อง จากนั้นจึงต้องไปค้นหาต่อว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทเส้นนั้นเสียหาย ซึ่งอาจเกิดได้หลายอย่าง เช่น แผลผ่าตัดบริเวณคอ ไทรอยด์โต การกดทับจากอวัยวะข้างเคียง หรือแม้แต่ปัญหาจากตัวระบบประสาทส่วนกลางเอง
วิธีดูแลรักษาเมื่อพบความผิดปกติ
เมื่อตรวจพบต้นตอแล้ว การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการทำงานของเสียงและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การสำลัก โดยอาจแบ่งแนวทางออกเป็น
- การฝึกออกเสียงร่วมกับการบำบัดการกลืน: ทำงานร่วมกับนักอรรถบำบัด เพื่อเรียนรู้วิธีพูดโดยไม่ต้องใช้แรงกล่องเสียงมากเกินไป และฝึกท่ากลืนที่ปลอดภัย
- การรักษาที่สาเหตุ: หากเกิดจากการกดทับของก้อนเนื้อหรือความผิดปกติอื่นๆ แพทย์เฉพาะทางจะวางแผนรักษาในส่วนนั้นต่อไป
- การผ่าตัดปรับแต่งเส้นเสียง: ในกรณีที่เส้นเสียงเป็นอัมพาตถาวรและเสียงแหบมากจนกระทบการใช้ชีวิต มีวิธีผ่าตัดเสริมเนื้อเยื่อให้เส้นเสียงชิดกันมากขึ้น เพื่อให้กลับมาพูดได้ชัดเจนขึ้น
อย่าปล่อยให้เสียงหายไปนานเกินไป
เสียงคือเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตประจำวัน หากคุณหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการเสียงแหบผิดปกติ หรือสำลักบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่ารอจนอาการแย่ลง การเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กการทำงานของกล่องเสียงตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราเจอสาเหตุและแก้ไขได้ทันท่วงทีครับ