ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาหมอแนะนำให้ไปส่อง MRI หลายคนมักจะแอบกังวล

เวลาที่มานั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจ แล้วหมอมีความจำเป็นต้องส่งตัวไปตรวจด้วยเครื่อง MRI หรือชื่อเต็มๆ ว่า การตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสนาม magnetic resonance imaging มักจะเห็นแววตาตื่นเต้นปนกังวลของหลายคนกลับมาเสมอ บางคนกังวลเรื่องเสียงดัง บางคนกลัวที่แคบ หรือบางคนก็กลัวว่าขั้นตอนมันจะยุ่งยากเจ็บปวดหรือเปล่า วันนี้หมอเลยอยากมานั่งเล่าให้ฟังแบบสบายๆ เหมือนพี่น้องคุยกัน ว่าตกลงเจ้าเครื่องหน้าตาดุๆ นี้มันคืออะไร ทำงานยังไง และเราต้องเตรียมตัวรับมือกับมันยังไงบ้างครับ

เครื่อง MRI หน้าตาเป็นยังไง และมันทำงานแบบไหนกันแน่

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด เจ้าเครื่องนี้มันคืออุโมงค์แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่ครับ หลักการทำงานของมันคือการใช้สนามแม่เหล็กที่มีความเข้มข้นสูงร่วมกับคลื่นวิทยุ ส่งเข้าไปในร่างกายของเราแล้วคอมพิวเตอร์ก็จะนำสัญญาณที่สะท้อนกลับมาประมวลผลกลายเป็นภาพอวัยวะภายในออกมา

ข้อดีสุดๆ ของวิธีนี้คือ เราไม่ต้องโดนเจาะเลือด ไม่ต้องผ่าตัด และที่สำคัญคือไม่มีรังสีเอกซเรย์อันตราย ปะปนมาด้วยเลยครับ ทำให้หมอสามารถมองเห็นโครงสร้างภายใน เช่น สมอง ไขสันหลัง เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือแม้แต่มะเร็งในระยะเริ่มต้น ได้อย่างคมชัดมากๆ เหมือนเราได้ส่องกล้องเข้าไปดูเนื้อเยื่อข้างในแบบจะๆ โดยที่คนไข้ไม่เจ็บตัวเลย

โรคแบบไหนนะที่หมอต้องส่งไปเข้าอุโมงค์แม่เหล็กนี้

หมอไม่ได้ส่งทุกคนที่ปวดหัวหรือปวดหลังมาตรวจด้วยวิธีนี้นะครับ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ถ้าอาการมันลึกซึ้งเกินกว่าการเอกซเรย์ธรรมดาจะมองเห็น หมอถึงจะเลือกใช้เจ้านี่ โดยเคสที่พบบ่อยได้แก่:

  • โรคทางสมองและระบบประสาท: เช่น คนที่มีอาการปวดหัวเรื้อรัง สงสัยเส้นเลือดในสมองตีบ แตก หรือเนื้องอกในสมอง
  • ปัญหาหมอนรองกระดูกและไขสันหลัง: เช่น อาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่เอกซเรย์ทั่วไปมองไม่เห็นความเสียหายของเส้นประสาท
  • อุบัติเหตุทางข้อต่อ: เช่น คนที่เล่นกีฬาแล้วเข่าพลิก เอ็นไขว้หน้าขาด หรือหมอนรองข้อเข่าฉีกขาด ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะละเอียดที่สุด
  • การตรวจอวัยวะภายในช่องท้อง: เพื่อดูความผิดปกติของตับ ตับอ่อน หรือมดลูก ในเคสที่ซับซ้อน

ขั้นตอนการตรวจจริง น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ไหม

วันจริงเมื่อเราไปถึงแผนกเอกซเรย์ เจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดของโรงพยาบาลและถอดเครื่องประดับโลหะทุกชนิดออกให้หมด เพราะสนามแม่เหล็กมีพลังดูดสูงมาก จากนั้นเราจะต้องไปนอนราบบนเตียงเลื่อน แล้วเตียงก็จะค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในอุโมงค์ครับ

ระหว่างที่นอนอยู่ในนั้น สิ่งที่เราต้องเจอแน่ๆ คือเสียงดังตึ้งๆๆๆๆ เป็นจังหวะ ซึ่งเป็นเสียงการทำงานของคลื่นแม่เหล็ก ไม่ต้องตกใจนะครับ ทางโรงพยาบาลจะมีที่อุดหูหรือ headphone ให้ใส่เพื่อลดเสียงรบกวน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนั้นคือ เราต้องนอนนิ่งๆ ห้ามขยับตัวเด็ดขาด เพราะถ้าขยับ ภาพที่ออกมาจะเบลอและหมอจะไม่สามารถอ่านผลได้ การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ตรวจครับ

ข้อจำกัดและคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษก่อนเข้าตรวจ

เนื่องจากเครื่องนี้ใช้สนามแม่เหล็กพลังสูง คนที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกายบางประเภทจึงไม่สามารถตรวจด้วยวิธีนี้ได้เด็ดขาด เช่น คนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ โลหะดามกระดูกรุ่นเก่า หรือมีเศษโลหะฝังอยู่ในตา ดังนั้นขั้นตอนการซักประวัติก่อนตรวจจึงสำคัญมากๆ คนไข้ต้องแจ้งหมอและเจ้าหน้าที่ให้ละเอียดทุกจุด ห้ามปิดบังเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเองครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down