ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนชอบบอกว่าความเครียดเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็เป็นกัน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลา เรื่องเล็กเรื่องน้อยก็เก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ สมองไม่ยอมพักผ่อน แถมยังมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือใจสั่นร่วมด้วยโดยหาสาเหตุไม่พบ นั่นอาจไม่ใช่แค่ความเครียดชั่วคราว แต่อาจเป็นสัญญาณของโรควิตกกังวลทั่วไปที่กำลังรบกวนชีวิตคุณอยู่

คิดมากเกินเบอร์ หรือนี่คือโรควิตกกังวลทั่วไปกันแน่

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มาเยอะ ผมมักจะได้ยินคำถามนี้บ่อยๆ ความแตกต่างระหว่างความเครียดทั่วไปกับโรควิตกกังวลทั่วไปก็คือ ความรุนแรงและระยะเวลาครับ คนที่เป็นโรคนี้มักจะกังวลเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันเกินจริง เช่น เรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องสุขภาพของคนใกล้ตัว ทั้งที่บางเรื่องยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ความกังวลนี้ควบคุมได้ยาก เป็นติดต่อกันนานเกินกว่าหกเดือน จนเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน การนอนหลับ และความสัมพันธ์รอบตัว

อาการทางกายที่ฟ้องว่าข้างในใจกำลังเหนื่อยล้า

ความกังวลไม่ได้อยู่แค่ในความคิด แต่มันแสดงออกมาทางร่างกายด้วย เพราะสมองและร่างกายของเราเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น อาการที่คนไข้ส่วนใหญ่มักมาปรึกษามีดังนี้ครับ

  • นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท: เข้านอนแต่หัวค่ำ แต่สมองยังคิดวนเรื่องเดิมๆ จนถึงตีสามตีสี่
  • กล้ามเนื้อตึงเกร็งโดยไม่รู้ตัว: มักเกร็งคอ บ่า ไหล่ หรือขากรรไกรโดยอัตโนมัติ ตื่นมาแล้วปวดเมื่อยตามตัว
  • เหนื่อยล้าง่ายและไม่มีสมาธิ: สมองล้าจากการทำงานหนักของความคิด ทำให้หลงลืมง่ายและโฟกัสกับงานยากขึ้น
  • ใจสั่น มือสั่น หายใจไม่อิ่ม: บางคนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง แน่นหน้าอก จนแอบตกใจคิดว่าเป็นโรคหัวใจ

เมื่อสมองสั่งการให้สู้หรือหนีตลอดเวลา

ทำไมเราถึงหยุดคิดไม่ได้ ลองจินตนาการดูว่า สมองส่วนที่ทำหน้าที่ระวังภัยของเรามันทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนยามเฝ้าบ้านที่หวาดระแวงตลอดเวลา ในโรควิตกกังวลทั่วไป สสารสื่อประสาทในสมองบางตัวเกิดเสียสมดุล ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ร่างกายจึงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมสู้หรือหนี (Fight or Flight) แม้ว่าความจริงแล้วเราจะแค่นั่งอยู่เฉยๆ บนโซฟาในห้องนั่งเล่นก็ตาม

วิธีดูแลตัวเองและการรักษาจากแพทย์

ข่าวดีคือ โรควิตกกังวลทั่วไปสามารถรักษาให้หายและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้ครับ แนวทางหลักๆ มีดังนี้

ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม

การทำจิตบำบัดโดยเฉพาะแนวคิดพฤติกรรมบำบัด จะช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะสังเกตความคิดตัวเอง แยกแยะได้ว่าอันไหนคือความกังวลที่เป็นจริง และอันไหนคือสิ่งที่สมองจินตนาการไปเอง พร้อมทั้งฝึกเทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการกำหนดลมหายใจ

การใช้ยาปรับสมอง

ในกรณีที่อาการรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวันมากๆ การใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในสมองจะช่วยดึงสติและความสงบกลับคืนมาได้เร็วขึ้น ยาเหล่านี้ไม่ใช่ยานอนหลับและไม่ได้ทำให้เสพติดครับ เพียงแต่ต้องทานต่อเนื่องตามแพทย์สั่งเพื่อปรับเคมีในสมองให้กลับเข้าที่

ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังแบกรับความกังวลเหล่านี้ไว้คนเดียว และมันเริ่มหนักเกินกว่าจะรับไหว อย่าลังเลที่จะมาพูดคุยกันครับ การรักษาไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ แต่มันคือการดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรง เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ควรจะเป็นได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down