เวลาเจอแผลสดหรือของเหลวในร่างกาย ทำไมหมอถึงต้องเตือนให้ระวังนัก?
หลายคนเวลาได้ยินคำว่าเลือดหรือของเหลวจากร่างกายคนอื่น มักจะนึกภาพความน่ากลัวหรือโรคร้ายแรงขึ้นมาทันที ซึ่งในมุมมองของหมอ ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะในทางการแพทย์ ของเหลวเหล่านี้คือพาหนะชั้นดีที่เชื้อโรคบางชนิดใช้เดินทางจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
เวลาที่ตรวจคนไข้ หมอต้องสวมถุงมือและระมัดระวังเป็นพิเศษเสมอ ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะเรารู้ดีว่าเชื้อโรคตัวร้ายบางตัวซ่อนอยู่ตามของเหลวเหล่านี้ และถ้าเราเผลอสัมผัสโดยไม่มีการป้องกัน มันก็อาจจะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายๆ ผ่านทางแผลหรือเยื่อบุต่างๆ
สารคัดหลั่งที่ว่ามีอะไรบ้าง และอันแค่ไหนที่เราต้องระวัง?
คำว่าสารคัดหลั่งฟังดูเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วมันคือของเหลวที่ร่างกายผลิตออกมาครับ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไม่เท่ากัน หมออยากให้ลองมาดูลิสต์นี้กันครับว่ามีอะไรบ้าง:
- เลือดและส่วนประกอบของเลือด: อันนี้ยืนหนึ่งเรื่องความเสี่ยงสูงสุด เพราะถ้ามีเชื้อโรคปนเปื้อน มันตรงเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายที่สุด
- น้ำอสุจิและน้ำหล่อลื่น: ช่องทางหลักในการติดต่อโรคทางเพศสัมพันธ์
- สารคัดหลั่งจากช่องคลอด: อีกหนึ่งจุดที่ต้องระมัดระวังเวลาที่มีกิจกรรมทางเพศ
- น้ำนมแม่: มีโอกาสส่งต่อโรคจากแม่สู่ลูกได้ แต่ก็มีประโยชน์มหาศาล ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์จะได้รับการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดอยู่แล้ว
- น้ำลาย น้ำตา เหงื่อ: กลุ่มนี้มักจะมีความเสี่ยงต่ำ ยกเว้นแต่ว่ามีเลือดปนเปื้อน หรือปริมาณไวรัสในร่างกายคนนั้นสูงมากๆ จริงๆ
โรคฮิตติดอันดับที่ติดต่อกันผ่านเส้นทางนี้
ถ้าพูดถึงโรคที่ติดต่อผ่านการติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งแล้วละก็ มีอยู่ไม่กี่โรคหลักๆ ที่หมอย้ำเตือนคนไข้อยู่เสมอ เพราะมันส่งผลกระทบต่อชีวิตค่อนข้างมาก ได้แก่:
- เชื้อเอชไอวี (HIV): ไวรัสตัวแสบที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกัน แต่ปัจจุบันเรามีวิธีคุมกำเนิดและยารักษาที่ดีมากๆ จนคนไข้ใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว
- ไวรัสตับอักเสบ B และ C: โรคตับเรื้อรังที่ติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์ได้ง่าย บางคนเป็นโดยไม่รู้ตัวจนกลายเป็นตับแข็ง
- โรคซิฟิลิส: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คลาสสิกที่ยังพบได้เรื่อยๆ
เมื่อไหร่ที่เราควรระวังตัวเป็นพิเศษในชีวิตประจำวัน
หลายคนกลัวว่าจะติดเชื้อจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป หมอต้องบอกตรงนี้เลยว่า การนั่งกินข้าวด้วยกัน การใช้ห้องน้ำสาธารณะ หรือการกอดกัน ไม่ได้ทำให้ติดโรคเหล่านี้ครับ ช่องทางหลักๆ ที่ต้องระวังจริงๆ มีดังนี้:
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด
- การสัก เจาะร่างกาย หรือทำฟัน ในร้านที่อุปกรณ์ไม่สะอาดและไม่ได้มาตรฐานการฆ่าเชื้อ
- การสัมผัสเลือดหรือแผลสดของผู้อื่นด้วยมือเปล่าที่มีแผลถลอกของตัวเอง
วิธีป้องกันง่ายๆ ที่ช่วยให้เราห่างไกลจากความเสี่ยง
การปกป้องตัวเองจากโรคเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่เราปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน:
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อความปลอดภัยทั้งเรื่องโรคและตั้งครรภ์ไม่พร้อม
- เลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น มีดโกนหนวด แปรงสีฟัน หรือกรรไกรตัดเล็บ ที่อาจมีคราบเลือดติดอยู่
- หากต้องไปสัก เจาะ หรือฝังเข็มเสริมความงาม ต้องเลือกสถานประกอบการที่ใช้เข็มสะอาดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเท่านั้น
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ B ซึ่งเป็นเกราะป้องกันที่ดีมากๆ
ถ้าเผลอไปสัมผัสความเสี่ยงมาแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อ?
ถ้าเกิดอุบัติเหตุ เช่น เข็มตำตอนทำความสะอาด หรือมีเลือดคนอื่นกระเด็นเข้าตา สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติครับ อย่าเพิ่งตกใจ รีบล้างทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำและสบู่สะอาดๆ (ถ้าเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ) แล้วรีบมาพบแพทย์ทันที
ในทางการแพทย์ เรามียาต้านไวรัสฉุกเฉิน (PEP) สำหรับป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งยิ่งกินเร็วเท่าไหร่ (ทางที่ดีที่สุดคือภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก) ประสิทธิภาพในการป้องกันก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น หมอและทีมแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลเสมอ ไม่ต้องอายหรือกลัวที่จะมาพบแพทย์ครับ