ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกน้อย คงจะเคยเจอช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สบายบ้าง เช่น เป็นไข้หวัดใหญ่ พอตัวเองเริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ก็อดกังวลใจไม่ได้ใช่ไหม ว่าเชื้อโรคเหล่านี้จะส่งต่อไปถึงลูกน้อยในท้อง หรือเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งคลอดหรือเปล่า โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ที่ฟังดูแล้วดูน่ากลัวและมีภาวะแทรกซ้อนได้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปพร้อมกัน เพื่อให้คุณแม่คลายความกังวลและรู้วิธีปกป้องลูกน้อยอย่างถูกวิธี

แม่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ลูกน้อยจะติดเชื้อได้อย่างไรบ้างนะ?

การส่งต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากคุณแม่สู่ลูกน้อย เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายคนเป็นห่วง ซึ่งจริงๆ แล้ว เชื้อสามารถส่งผ่านได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่คุณแม่ติดเชื้อ

ระหว่างตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะติดเชื้อหวัดใหญ่จากแม่ได้ไหม?

เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก โดยทั่วไปแล้ว การส่งผ่านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากมารดาสู่ทารกแรกเกิด โดยตรงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (ที่เรียกว่าการติดเชื้อทางแนวตั้ง หรือ vertical transmission) นั้นพบได้น้อยมากๆ ครับ

  • เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไม่เหมือนเชื้อโรคบางชนิดที่สามารถข้ามรกไปสู่ทารกได้ง่ายๆ
  • แต่ถ้าคุณแม่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายคุณแม่อาจมีไข้สูง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ก็อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้อ้อมๆ เช่น ทำให้คลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักแรกเกิดน้อยลง

หลังคลอด คุณแม่แพร่เชื้อให้ลูกน้อยได้อย่างไร?

ช่วงเวลาหลังคลอดนี่แหละครับ ที่เป็นช่วงสำคัญและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการสัมผัสใกล้ชิดเป็นปัจจัยหลักในการการส่งผ่านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่:

  • ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม: นี่คือช่องทางหลักเลยครับ เมื่อคุณแม่ไอ จาม พูดคุย หรือแม้แต่หายใจใกล้ๆ ลูก ละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสก็สามารถลอยไปติดลูกน้อยได้โดยตรง
  • ผ่านการสัมผัส: ถ้าคุณแม่ไอหรือจามใส่มือ แล้วไปสัมผัสตัวลูก อุปกรณ์ของใช้ลูก หรือจับขวดนมโดยไม่ได้ล้างมือ เชื้อไวรัสก็สามารถติดต่อไปยังลูกได้ง่ายๆ

ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงอันตรายกับเด็กแรกเกิดนัก?

เด็กแรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 เดือน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยรุนแรงเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของน้องยังพัฒนาไม่เต็มที่ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ เช่น

  • ปอดอักเสบ: เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและร้ายแรงในเด็กเล็ก
  • หูอักเสบ: อาจทำให้ลูกไม่สบายตัวและงอแงมาก
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท: เช่น ชัก หรือสมองอักเสบ ซึ่งพบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรง
  • อาการรุนแรงอื่นๆ: อาจทำให้หายใจลำบาก ตัวเขียว และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือในบางกรณีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

แล้วคุณแม่จะปกป้องลูกน้อยจากไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

การปกป้องเจ้าตัวเล็กจากไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปครับ มีหลายวิธีที่คุณแม่สามารถทำได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่: เกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่

นี่คือหัวใจสำคัญของการป้องกันเลยครับ

  • คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่: การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในช่วงตั้งครรภ์ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุณแม่จากการป่วยรุนแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งผ่านภูมิต้านทาน (Passive Immunity) ไปให้ลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วย ทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมามีภูมิต้านทานต่อไข้หวัดใหญ่ในช่วง 4-6 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่น้องยังไม่สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เองได้
  • คุณแม่หลังคลอดก็ควรฉีด: หากคุณแม่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนในช่วงตั้งครรภ์ ก็สามารถฉีดหลังคลอดได้เลย เพื่อปกป้องตัวเองและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้ลูก

มาตรการป้องกันง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน คุณแม่ทำได้ทันที

  • ล้างมือบ่อยๆ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังดูแลลูกน้อยทุกครั้ง
  • ใส่หน้ากากอนามัย: หากคุณแม่มีอาการไอ จาม หรือต้องอยู่ใกล้ชิดลูกมากๆ ควรใส่หน้ากากอนามัยเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: พยายามอย่าเอามือไปขยี้ตา แคะจมูก หรือป้ายปากบ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงผู้ป่วย: พยายามอย่าให้ลูกน้อย หรือตัวคุณแม่เองไปสัมผัสใกล้ชิดกับคนป่วยไข้หวัดใหญ่
  • การให้นมแม่: นมแม่มีภูมิต้านทานหลายชนิดที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากเชื้อโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรให้นมลูกต่อไป แม้จะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ตาม แต่ต้องป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัด

ถ้าคุณแม่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ต้องดูแลตัวเองและลูกอย่างไร?

หากคุณแม่เกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่ควรทำคือ

  • ปรึกษาแพทย์: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ดื่มน้ำเยอะๆ และดูแลสุขภาพตัวเอง
  • แยกตัวจากลูกเท่าที่ทำได้: หากเป็นไปได้ ให้คนอื่นช่วยดูแลลูกชั่วคราว หรือถ้าต้องดูแลเอง ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการจูบหอมลูกโดยตรง
  • ให้นมแม่ต่อไป: อย่างที่บอกไปครับ นมแม่ยังคงมีประโยชน์ แต่ต้องมั่นใจว่าคุณแม่ได้ทำตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัด

สัญญาณอันตราย! เมื่อไหร่ต้องรีบพาเจ้าตัวเล็กไปหาหมอ?

เด็กแรกเกิดและเด็กเล็กมีโอกาสป่วยหนักได้เร็ว ดังนั้นคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการลูก ถ้าพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • หายใจลำบาก หายใจเร็ว มีเสียงดัง หรืออกบุ๋ม
  • ซึม ไม่เล่น ไม่ดูดนม หรือดื่มน้ำน้อยลงมาก
  • ตัวเขียว หรือมีสีผิวซีดผิดปกติ
  • อาเจียนมาก หรือท้องเสียรุนแรง
  • ชัก

การส่งผ่านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากมารดาสู่ทารกแรกเกิดเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ครับ ด้วยความรู้และความใส่ใจ คุณแม่สามารถสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแรงให้ลูกน้อยได้ ขอให้คุณแม่และลูกน้อยสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ