หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการแน่นท้อง หนักๆ แถวชายโครงด้านขวา บางคนบอกว่ารู้สึกเหมือนมีอะไรมาเบียดอยู่ข้างใน หายใจไม่ค่อยเต็มอิ่ม อาอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าตับของเรากำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
ทำความเข้าใจตับโตคืออะไร ทำไมถึงทำให้เจ็บชายโครงขวา
ตับเป็นอวัยวะชิ้นใหญ่ที่อยู่ในช่องท้องส่วนบนค่อนไปทางขวา ภายใต้ซี่โครงของเรา ปกติแล้วขอบของตับจะอยู่พอดีกับชายโครงหรือต่ำกว่าเล็กน้อย แต่มือของหมอเวลากดตรวจจะไม่ค่อยเลยขอบซี่โครงลงมามากนัก
เมื่อไหร่ก็ตามที่ตับเกิดการอักเสบ มีไขมันสะสม มีเลือดคั่ง หรือมีก้อนเนื้อ เซลล์ภายในตับจะบวมขยายตัวขึ้น ทำให้เนื้อตับขยายใหญ่ขึ้นจนไปดันกับเยื่อหุ้มตับ ซึ่งเยื่อหุ้มนี้มีความไวต่อความรู้สึกมาก เมื่อมันถูกยืดออก จึงทำให้เกิดอาการเจ็บ ตึง หรือหน่วงๆ บริเวณชายโครงขวาอย่างที่เรา รู้สึกกัน
สาเหตุหลักที่ทำให้ตับทำงานหนักจนเกิดภาวะตับโต
การที่ตับขยายขนาดใหญ่ขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มักมีเบื้องหลังที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือโรคประจำตัว โดยสาเหตุที่หมอพบได้บ่อยในคนไข้ทั่วไป มีดังนี้
- โรคไขมันพอกตับ: เกิดจากการกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง หรือภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้ไขมันเข้าไปแทรกอยู่ในเนื้อตับจนตับโตและอักเสบ
- การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ: แอลกอฮอล์เป็นตัวการทำลายเซลล์ตับโดยตรง ทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นตับแข็งและตับโตในระยะแรก
- โรคไวรัสตับอักเสบ: ทั้งชนิดบีและซีที่อาจอยู่ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว ทำให้ตับเกิดการอักเสบและบวมโตขึ้นเรื่อยๆ
- ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือเลือดคั่ง: เมื่อหัวใจทำงานไม่ดี เลือดจากทั่วร่างกายจะไหลกลับเข้าสู่ตับได้ยาก ทำให้เลือดคั่งอยู่ในตับจนตับบวมโตและรู้สึกแน่นชายโครงขวา
เช็กอาการร่วมอื่นๆ ที่มักมาคู่กับตับโต
นอกจากอาการปวดหน่วงๆ บริเวณชายโครงขวาแล้ว ภาวะตับโตมักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งช่วยให้เราสังเกตความผิดปกติได้ชัดเจนขึ้น
- รู้สึกอิ่มเร็ว แน่นท้อง ท้องอืดง่าย แม้จะกินอาหารไม่มาก
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกไม่มีแรงทำอะไร
- ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายชาเขียว
- คลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีอาการบวมที่ขาหรือเท้าทั้งสองข้างร่วมด้วย
วิธีตรวจวินิจฉัยโรคเมื่อมาพบแพทย์
เมื่อคนไข้มาด้วยอาการปวดชายโครงขวา หมอจำเป็นต้องทำการตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาต้นตอที่แท้จริง เริ่มตั้งแต่การซักประวัติการใช้ชีวิต การกินยา และการดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นจึงทำการตรวจร่างกายด้วยการคลำช่องท้องเพื่อดูขนาดของตับ
ขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เห็นภาพชัดเจนคือการเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Test) เพื่อดูว่าเอนไซม์ตับสูงขึ้นหรือไม่ รวมถึงการอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Ultrasound) ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูขนาด เนื้อสัมผัส และความผิดปกติภายในตับได้อย่างแม่นยำ
การดูแลรักษาและการปรับพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูสุขภาพตับ
ข่าวดีคือ ตับเป็นอวัยวะที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงมาก หากเราแก้ไขที่ต้นเหตุและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ภาวะตับโตก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เด็ดขาด: งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดภาระการทำงานของตับและป้องกันไม่ให้เซลล์ตับถูกทำลายเพิ่ม
- ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน: ลดอาหารมัน ของทอด อาหารรสจัด และลดแป้งน้ำตาลขัดสี หันมากินผัก ผลไม้ และโปรตีนย่อยง่าย
- ควบคุมน้ำหนัก: สำหรับคนที่มีภาวะไขมันพอกตับ การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยลดไขมันในตับลงได้
- ระมัดระวังเรื่องยาและอาหารเสริม: หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเองโดยไม่จำเป็น เพราะยาหลายชนิดต้องถูกเผาผลาญที่ตับ หากกินพร่ำเพรื่อจะทำให้ตับทำงานหนัก
อาการแบบไหนที่แปลว่าต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
หากอาการปวดชายโครงขวานั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว มีไข้สูงหนาวสั่น ตัวเหลืองตาเหลืองอย่างเห็นได้ชัด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำปี๋ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจไม่ใช่แค่ภาวะตับโตธรรมดา แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน