ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเชื่อมโยงที่น่าตกใจระหว่างตับและสมอง

หลายคนมักเข้าใจว่าโรคตับเป็นเรื่องของช่องท้อง อาการตัวเหลือง หรืออาการท้องมานเท่านั้น แต่ในมุมของหมอ เวลาที่ตับเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะจากโรคตับเรื้อรังหรือโรคตับคั่งไขมัน สิ่งที่ตามมาคือการที่ตับไม่สามารถกำจัดสารพิษบางอย่างออกจากร่างกายได้หมด สารพิษเหล่านี้เมื่อสะสมมากขึ้นก็จะเดินทางไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท จนกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทจากโรคตับที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก

ตับทำงานหนักเกินไป สารพิษสะสมจนขึ้นสมองได้อย่างไร

หัวใจสำคัญของปัญหานี้คือ สารแอมโมเนีย โดยปกติแล้วตับจะเปลี่ยนแอมโมเนียที่เกิดจากการย่อยโปรตีนให้เป็นสารที่ไม่มีอันตรายและขับออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อตับป่วยหรือมีไขมันพอกจนทำงานได้ไม่ดี สารแอมโมเนียจะหลุดรอดเข้าไปในกระแสเลือดและส่งผลโดยตรงต่อสมอง ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า ตับสมองเสื่อม หรือ Hepatic Encephalopathy ซึ่งไม่ใช่โรคสมองเสื่อมแบบอัลไซเมอร์ แต่เป็นอาการทางระบบประสาทที่ผันแปรตามความรุนแรงของโรคตับ

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต: พฤติกรรมเปลี่ยนไปแบบนี้อย่าชะล่าใจ

อาการเริ่มต้นของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทมักไม่ชัดเจนในวันแรก แต่คนใกล้ชิดจะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้ ดังนี้

  • การนอนหลับสลับเวลากลางวันและกลางคืน
  • บุคลิกภาพเปลี่ยนไป จากคนใจเย็นกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายหรือซึมเศร้า
  • สมาธิสั้นลง ทำงานหรือกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติเริ่มติดขัด
  • มือสั่นแบบกระตุกเหมือนปีกนก (Asterixis) เมื่อลองเหยียดแขนและกระดกข้อมือขึ้น

โรคตับคั่งไขมันธรรมดา ก็นำไปสู่ปัญหาทางระบบประสาทได้จริงหรือ

หลายคนที่มีภาวะไขมันพอกตับมักชะล่าใจ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงขั้นตับแข็ง แต่ในทางการแพทย์พบว่า แม้แต่ตับคั่งไขมันที่ยังไม่รุนแรง ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายได้ การอักเสบนี้อาจส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดในสมองและกระบวนการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเพลียหรือสมองตื้อ (Brain Fog) ได้บ่อยกว่าคนทั่วไป

วิธีรับมือและการดูแลตัวเองเพื่อปกป้องสมองจากโรคตับ

การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ทำได้ด้วยการควบคุมโรคตับให้ดีที่สุด ซึ่งมีหลักการสำคัญดังนี้

  • คุมอาหารโปรตีนให้เหมาะสม: ไม่ควรลดโปรตีนจนขาดสารอาหาร แต่ควรเลือกแหล่งโปรตีนจากพืชและนมซึ่งย่อยง่ายและส่งผลต่อแอมโมเนียในเลือดน้อยกว่าเนื้อสัตว์สีแดง
  • ป้องกันอาการท้องผูก: การขับถ่ายที่ไม่สม่ำเสมอทำให้สารพิษถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น การดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานไฟเบอร์จึงสำคัญมาก
  • หลีกเลี่ยงยาสุ่มสี่สุ่มห้า: ยาแก้ปวดบางชนิดหรือยาสมุนไพรที่ไม่ผ่านการรับรองอาจทำให้ตับทำงานหนักจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้นได้
  • ติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง: การตรวจเลือดดูระดับค่าตับและค่าแอมโมเนียตามนัดจะช่วยให้หมอปรับยาและวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที

การดูแลตับไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการย่อยหรือการเผาผลาญ แต่เป็นการรักษาความใสกระจ่างของสมองและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยด้วย หากคุณหรือคนใกล้ชิดที่มีโรคตับเริ่มมีอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโดยละเอียดคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down