ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาหมอที่ห้องตรวจด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือมีเสียงหวีดในอก สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงคือปัญหาเรื่องหลอดลมตีบแคบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด (Asthma) หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ล้วนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดุดลงได้ง่ายๆ การเข้าใจเรื่องแนวทางการบริหารจัดการความดันทางเดินหายใจและการพ่นยาขยายหลอดลม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนกลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

ทำไมการจัดการความดันทางเดินหายใจถึงสำคัญเวลาหลอดลมตีบ

เวลาที่เราหายใจเข้าและออก หลอดลมทำหน้าที่เป็นท่อลมส่งอากาศเข้าสู่ปอด แต่พอเกิดอาการอักเสบ กล้ามเนื้อรอบหลอดลมจะหดเกร็งตัว และมีเสมหะเข้ามาอุดกั้น ทำให้แรงดันภายในทางเดินหายใจเปลี่ยนแปลงไป การพ่นยาขยายหลอดลมเปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหญ่ให้ลมเข้าออกได้สะดวกขึ้น โดยตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่หดตัวอยู่ ทำให้ความดันและแรงต้านในทางเดินหายใจลดลงทันที ส่งผลให้อาการแน่นหน้าอกบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการพ่นยาขยายหลอดลมอย่างไรให้ยาเข้าปอดลึกที่สุด

หมอมักจะพบปัญหาบ่อยมากว่า คนไข้พ่นยาแล้วแต่ยาไม่ค่อยเข้าปอด ส่วนหนึ่งมาจากเทคนิคการใช้ที่ไม่ถูกต้อง ลองเช็กขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ดูว่าเราทำครบถ้วนไหม

  • เตรียมกระบอกพ่นยา: เปิดฝาครอบ เขย่าขวดพ่นยาสัก 5-6 ครั้งเพื่อให้ตัวยาเข้ากันดี
  • หายใจออกให้สุด: หันหน้าออกด้านข้างแล้วเป่าลมหายใจออกจากปอดให้หมด เพื่อเตรียมพื้นที่รับยาใหม่
  • อมปากกระบอกให้สนิท: ใช้ริมฝีปากอมรอบปากกระบอกพ่นยาให้แน่น อย่าให้มีลมรั่ว และระวังอย่าเอาฟันไปกัดโดน
  • กดพ่นพร้อมกับสูดหายใจ: กดปุ่มพ่นยา 1 ครั้ง พร้อมกับสูดหายใจเข้าทางปากช้าๆ และลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ,
  • กลั้นหายใจนับในใจ: เอาปากกระบอกออกแล้วกลั้นหายใจไว้ประมาณ 10 วินาที หรือนานเท่าที่จะทำไหว เพื่อให้ยาเกาะติดที่เนื้อเยื่อปอด
  • บ้วนปากหลังพ่นยาเสมอ: หากเป็นยากลุ่มที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ควรบ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดแล้วบ้วนทิ้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อราในปาก

วิธีสังเกตอาการด้วยตัวเองว่าเมื่อไหร่ควรพ่นยาซ้ำหรือไปโรงพยาบาล

การบริหารจัดการทางเดินหายใจที่ดีไม่ได้จบแค่การพ่นยาตามเวลา แต่ต้องสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายด้วย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนหรือเจอสิ่งกระตุ้น

  • หากพ่นยาขยายหลอดลมแล้ว อาการแน่นหน้าอกยังไม่ดีขึ้นภายใน 15-20 นาที หรือต้องพ่นยาถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกินความจำเป็น นั่นคือสัญญาณเตือนว่าหลอดลมตีบเกินกว่ายาพ่นจะเอาอยู่
  • ถ้ามีอาการหายใจเหนื่อยหอบจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ได้ ปลายเล็บหรือริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบพ่นยาครั้งถัดไป

การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันเพื่อลดการพ่นยาฉุกเฉิน

นอกจากการใช้ยาให้ถูกต้องแล้ว การป้องกันไม่ให้หลอดลมเกิดอาการหดเกร็งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน บุหรี่ สารเคมีที่มีกลิ่นฉุน หรือแม้แต่อากาศที่เย็นจัดโดยตรง หมั่นดื่มน้ำอุ่นเพื่อให้เสมหะมีความเหลวและขับออกได้ง่ายขึ้น รวมถึงการฝึกหายใจแบบหน้าท้อง (Diaphragmatic Breathing) ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและลดแรงต้านในทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down