เวลาหายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก เกิดอะไรขึ้นข้างในหลอดลมของเรา?
หลายคนที่มาหาที่คลินิกด้วยอาการหอบเหนื่อย มักจะเล่าให้ฟังตรงกันว่า รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบรัดที่หน้าอก หายใจเข้าก็ไม่สุด หายใจออกก็ยาว อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ มันคือสัญญาณเตือนว่าหลอดลมของเรากำลังหบเกร็งตัว และมีแรงดันในทางเดินหายใจที่ผิดปกติ
ในทางการแพทย์ เราให้ความสำคัญมากกับการปรับสมดุลและจัดการแรงดันในทางเดินหายใจควบคู่ไปกับการใช้ยา เพราะถ้าหลอดลมยังตีบแคบ อากาศก็เข้าไปแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดไม่ได้ การเข้าใจเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการความดันทางเดินหายใจและการพ่นยาขยายหลอดลม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องทรมานกับอาการเหนื่อยหอบอีกต่อไป
รู้จักหลอดลมตีบและการจัดการแรงดันลมหายใจเบื้องต้น
เวลาที่เกิดอาการกำเริบ กล้ามเนื้อรอบๆ หลอดลมจะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ท่อทางเดินหายใจแคบลง แรงดันอากาศที่พยายามวิ่งผ่านเข้าไปในปอดจึงสูงขึ้น เหมือนเวลาที่เราบีบสายยางฉีดน้ำให้แคบลง น้ำจะพุ่งแรงและเกิดแรงต้านสูง ปอดของเราก็เช่นกันครับ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อหายใจทำงานหนักจนเหนื่อยล้า
เป้าหมายหลักของการรักษาคือ การลดแรงต้านทานนี้ลง เปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น เพื่อให้อากาศไหลเวียนเข้าสู่เนื้อเยื่อปอดได้อย่างราบรื่น ซึ่งเราต้องอาศัยทั้งเทคนิคการหายใจและการใช้ยาเข้ามาช่วยทำงานร่วมกัน
เทคนิคพ่นยาขยายหลอดลมอย่างไรให้ตัวยาเข้าถึงเนื้อปอดได้ลึกที่สุด
การมียาที่ดีอยู่ในมือ แต่ใช้ผิดวิธี ยาอาจจะไปติดอยู่แค่ที่คอและไม่ยอมลงไปถึงหลอดลมฝอยส่วนปลาย ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร หมอขอแนะนำขั้นตอนการพ่นยาที่ถูกต้องดังนี้ครับ
ขั้นตอนการเตรียมกระบอกพ่นยาและเคลียร์ปอด
- ตั้งสติ นั่งหลังตรงหรือยืนขึ้นเพื่อให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่
- เปิดฝาครอบยาทุกครั้ง และตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งอุดตันที่ปากกระบอก
- หายใจออกทางปากให้สุดปอด ไล่อากาศเก่าออกให้หมดจนรู้สึกว่าท้องแฟบ
จังหวะการกดพ่นยาและการสูดหายใจที่ถูกต้อง
- อมปากกระบอกยาให้สนิทโดยใช้ริมฝีปากปิดรอบๆ ไม่ให้มีลมรั่ว และอย่าเอาลิ้นไปขวางทางลม
- เริ่มกดกระบอกยาพร้อมๆ กับสูดหายใจเข้าทางปากช้าๆ ลึกๆ และยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้
- กลั้นหายใจนับ 1 ถึง 10 ในใจ เพื่อให้ละอองยาตกลงและเกาะติดที่ผนังหลอดลมส่วนลึก
- ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ
สิ่งที่ต้องระวังหลังจากใช้ยาพ่นขยายหลอดลม
ยาขยายหลอดลมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท เพื่อคลายกล้ามเนื้อหลอดลม ดังนั้น หลังจากพ่นยาเสร็จ อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยและไม่ต้องตกใจคือ ใจสั่น มือสั่น หรือรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 15 ถึง 30 นาที
อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ คือ หากใครที่ใช้ยาพ่นที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หลังพ่นเสร็จทุกครั้งจะต้องบ้วนปาก กลั้วคอ และล้างหน้าให้สะอาดทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ยาตกค้างจนเกิดเชื้อราในช่องปาก หรือเสียงแหบเรื้อรังครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าอาการแย่ลงและต้องรีบพบแพทย์
แม้เราจะพ่นยาขยายหลอดลมตามขั้นตอนแล้ว แต่อาการบางอย่างก็ไม่ควรฝืนรักษาเองที่บ้าน หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรรีบมาโรงพยาบาลทันที
- ใช้ยาพ่นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 20 นาที หรือต้องพ่นยาถี่ขึ้นเรื่อยๆ เกินความจำเป็น
- หายใจหอบรุนแรงจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ได้ ต้องหยุดพักหายใจเป็นระยะ
- ริมฝีปาก ปลายมือ หรือเล็บเริ่มมีสีเขียวคล้ำ แสดงว่าร่างกายขาดออกซิเจน
- รู้สึกซึมลง สับสน เหนื่อยล้าจากการหายใจจนไม่มีแรง
การดูแลสุขภาพทางเดินหายใจต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ทั้งการฝึกหายใจให้ถูกต้อง การใช้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์ และการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน มลพิษ หรืออากาศเย็นจัด เพื่อรักษาความดันในทางเดินหายใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และช่วยให้ทุกลมหายใจของเราโล่งสบายอย่างยั่งยืนครับ