เวลาที่ตรวจพบก้อนเนื้องอกในมดลูก หลายคนมักจะตกใจและกังวลว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่เสมอไปไหม ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้อยู่ทุกวัน คำถามนี้เป็นสิ่งที่เราได้ยินบ่อยมากครับ ความจริงแล้ว เนื้องอกมดลูกไม่ได้จบลงที่การผ่าตัดเสมอไป ในหลายกรณีที่เรายังต้องการรักษาความสามารถในการมีบุตร หรือผู้ป่วยมีอาการไม่มากนัก การใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อควบคุมขนาดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยชีวิตและลดความทรมานลงได้เยอะเลยทีเดียว
เนื้องอกมดลูกคืออะไร และทำไมฮอร์โมนถึงเป็นตัวการสำคัญ?
ก่อนจะไปถึงเรื่องยา เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เจ้าก้อนเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกเนี่ย มันเติบโตได้ดีเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายของเราครับ เปรียบเสมือนปุ๋ยชั้นดีที่คอยหล่อเลี้ยงให้ก้อนเนื้องอกมันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือบางคนท้องโตขึ้นจนน่าตกใจ
เมื่อไหร่ที่คุณหมอจะแนะนำให้ใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อควบคุม
ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กินยาหรือฉีดยานะครับ หมอจะพิจารณาใช้แนวทางนี้ในกลุ่มคนไข้ที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น
- คนที่ใกล้หมดประจำเดือน: ถ้าอดทนรออีกนิดให้ฮอร์โมนลดลงตามวัย ก้อนเนื้องอกก็อาจจะฝ่อลงได้เอง การใช้ยาช่วยประคับประคองช่วงนี้จึงตอบโจทย์มาก
- การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด: หากก้อนมีขนาดใหญ่เกินไป การผ่าตัดไม่ว่าจะแบบเปิดหน้าท้องหรือส่องกล้องอาจจะยากและเสียเลือดมาก หมอจึงต้องใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อลดขนาดก้อนเนื้อลงก่อนสัก 2 ถึง 3 เดือน เพื่อความปลอดภัยในห้องผ่าตัด
- คนที่อยากมีลูกในอนาคต: หลีกเลี่ยงการผ่าตัดที่อาจทิ้งแผลเป็นไว้ที่มดลูกโดยไม่จำเป็น
ทำความรู้จักยากลุ่มต่างๆ ที่เราใช้สยบเจ้าก้อนเนื้องอก
ในปัจจุบัน เรามียาหลายกลุ่มที่ออกฤทธิ์ตรงจุดเพื่อจัดการกับฮอร์โมนที่เป็นตัวการ โดยยาหลักๆ ที่ใช้กันมีดังนี้ครับ
ยาฉีดลดฮอร์โมนสมองที่สั่งการรังไข่
ยาในกลุ่ม GnRH agonists จะทำหน้าที่ไปหลอกสมองให้หยุดสร้างฮอร์โมนเพศชั่วคราว ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะวัยทองชั่วคราว รังไข่หยุดทำงาน ส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงฮวบฮาบ เจ้าก้อนเนื้องอกที่เคยโตวันโตคืนก็จะฝ่อและหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่วิธีนี้อาจจะมีผลข้างเคียงคล้ายคนวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ อารมณ์สวิง หรือกระดูกบางลงหากใช้ต่อเนื่องนานเกินไป
ยากลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อตัวรับฮอร์โมน
อีกหนึ่งทางเลือกคือยากลุ่ม Selective Progesterone Receptor Modulators หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า SPRMs ตัวยาจะเข้าไปบล็อกการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเฉพาะที่ตัวเนื้องอก ช่วยลดขนาดก้อนเนื้อและหยุดอาการเลือดประจำเดือนไหลไม่หยุดได้ดีเยี่ยม โดยที่คนไข้ไม่ต้องเผชิญกับอาการวัยทองรุนแรงเท่ากับการใช้ยาฉีด
ผลข้างเคียงที่ต้องรู้และวิธีรับมือระหว่างรักษาด้วยยา
แน่นอนว่าไม่มีการรักษาไหนที่ไม่มีข้อแลกเปลี่ยน เมื่อฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไป ร่างกายย่อมส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมา สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับแพทย์อย่างใกล้ชิด หากรู้สึกว่ามีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์หงุดหงิดง่าย หรือมีอาการปวดศีรษะ หมออาจจะพิจารณาให้วิตามินเสริม แคลเซียม หรือยาฮอร์โมนขนาดต่ำเสริมเข้าไปเพื่อปรับสมดุล ไม่ควรไปหาซื้อยาฮอร์โมนมากินเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โรคมีความซับซ้อนขึ้นได้
ทางออกที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการพูดคุยกับแพทย์ประจำตัว
การรักษาเนื้องอกมดลูกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคนครับ สิ่งที่เหมาะสมกับเพื่อนข้างห้องอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา การตัดสินใจใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อควบคุมขนาดเนื้องอกจึงต้องอาศัยการประเมินร่วมกันระหว่างความต้องการของตัวคนไข้ อาการที่เป็นอยู่ และความพร้อมของร่างกาย หากเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามากเกินไปจนหน้ามืด เป็นลม หรือปวดท้องหน่วงๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและวางแผนรักษาร่วมกันตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าครับ