ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะกำลังกุมขมับกับลูกน้อย เดี๋ยวหัวเราะอยู่ดีๆ ก็ร้องไห้โฮ หรือบางทีก็โมโหปาข้าวของใส่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หลายคนเริ่มกังวลใจว่าลูกกำลังเป็นเด็กดื้อ เอาแต่ใจ หรือมีปัญหาอะไรร้ายแรงซ่อนอยู่หรือเปล่า ในฐานะหมอเด็กที่เจอเคสแบบนี้ทุกวัน อยากบอกว่าอาการเหวี่ยงวีนหรืออารมณ์ดิ่งลงเหวแบบฉับพลันนี้ ในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะอารมณ์แปรปรวนในเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และมีเบื้องหลังที่เข้าใจได้มากกว่าที่คิด

ลูกเหวี่ยงง่ายเพราะนิสัย หรือสมองเขากำลังเติบโต?

เวลาเห็นลูกอารมณ์ระเบิดใส่ สิ่งแรกที่ผู้ใหญ่มักคิดคือลูกนิสัยไม่ดี แต่ความจริงแล้ว สมองส่วนหน้าของเด็ก ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ยับยั้งชั่งใจ และประเมินสถานการณ์ ยังพัฒนาไปไม่เต็มที่ครับ เปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์แรงดี แต่ระบบเบรกยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเด็กเจอเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจ หรือมีความรู้สึกท่วมท้นในใจ สมองส่วนอารมณ์จึงสั่งการทันทีโดยไม่มีตัวเบรกคอยห้าม เด็กจึงแสดงออกด้วยการกรี๊ด ร้องไห้ หรืออาละวาดออกมาอย่างที่เราเห็น

เช็กลิสต์ง่ายๆ ลูกแค่อารมณ์ร้อน หรือเข้าข่ายอารมณ์แปรปรวนที่ต้องดูแล

เด็กทุกคนยมีช่วงเวลาที่งอแงเป็นธรรมดา แต่ถ้าอยากรู้ว่าอาการของลูกเริ่มเกินกว่าปกติหรือยัง ให้ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ดูครับ

  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลันแบบไม่มีสาเหตุ จากยิ้มอยู่ดีๆ ก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที
  • อาละวาดรุนแรง นานเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันจะทำกัน
  • ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ หรือเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้
  • ทำร้ายตัวเองหรือทำลายข้าวของเวลารู้สึกโกรธ

ต้นเหตุที่ทำให้ลูกรักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

ภาวะอารมณ์แปรปรวนในเด็กไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แต่มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเรื่องของพันธุกรรม สารสื่อประสาทในสมอง หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น ความเครียดในครอบครัว การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือการติดหน้าจอแท็บเล็ตมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ความสามารถในการอดทนรอคอยของแถมลดลง และระเบิดอารมณ์ออกมาได้ง่ายขึ้น

วิธีรับมือเมื่อลูกระเบิดอารมณ์ใส่

เวลาที่ลูกกำลังสติหลุด สิ่งที่พ่อแม่ห้ามทำเด็ดขาดคือการใช้อารมณ์เข้าปะทะ เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ลองใช้วิธีเหล่านี้ดูครับ

  • ตั้งสติและหายใจเข้าลึกๆ จำไว้ว่าเราเป็นที่พึ่งทางใจให้ลูก
  • พาออกไปอยู่ในที่สงบ ปลอดภัย เพื่อลดสิ่งกระตุ้นรอบตัว
  • รอให้ลูกสงบลงก่อน แล้วค่อยพูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
  • สอนให้ลูกรู้จักเรียกชื่อความรู้สึกของตัวเอง เช่น ตอนนี้หนูโกรธใช่ไหม

เมื่อไหร่ที่ควรพามาปรึกษาแพทย์อย่างจริงจัง?

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองปรับวิธีเลี้ยงดู จัดการสภาพแวดล้อม และให้เวลาลูกแล้ว แต่อาการอารมณ์แปรปรวนยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนเริ่มทำร้ายตัวเอง ผู้อื่น หรือส่งผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิต แนะนำว่าควรพามาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ เพื่อพูดคุยประเมินอาการอย่างละเอียด การรู้เร็วและได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง จะช่วยให้เด็กกลับมามีความสุขและใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down