ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาพคุณพ่อคุณแม่เหงื่อตก มือหนึ่งถือช้อนยา อีกมือหนึ่งต้องคอยล็อกตัวลูกน้อยที่ร้องไห้จ้าสะบัดหน้าหนี เป็นภาพจำที่คุ้นตาในหลายครอบครัวเวลาที่ลูกเจ็บป่วยและต้องกินยาปฏิชีวนะหรือยาลดไข้ ความยากในการป้อนยาเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนอกจากจะทำให้เด็กเครียดและกลัวการกินยาไปเลยแล้ว ยังทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องอีกด้วย

ทำไมลูกถึงเกลียดการกินยาขนาดนี้

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กก่อนครับ เด็กเล็กมีความไวต่อรสชาติมากกว่าผู้ใหญ่ ยาหลายตัวมีรสขมฝาด กลิ่นฉุน หรือมีเนื้อสัมผัสที่แปลกประหลาด เมื่อสมองของเด็กบันทึกความทรงจำว่าการกินยาคือประสบการณ์ที่แย่ ครั้งต่อไปปฏิกิริยาต่อต้านก็จะรุนแรงขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ

เทคนิคเปลี่ยนยารสขมให้กลายเป็นเรื่องง่าย

การบังคับ ขู่เข็ญ หรือบีบจมูกกรอกยา เป็นวิธีที่อันตรายมากเพราะอาจทำให้สำลักยาเข้าปอดได้ เรามาเปลี่ยนวิธีสู้รบมาเป็นการใช้จิตวิทยากันดีกว่าครับ

คุยกับลูกล่วงหน้าและให้เขามีส่วนร่วม

อย่าใช้ยาเป็นความลับหรือจู่ๆ ก็เดินถือช้อนยาเข้าไปหาตอนที่ลูกกำลังเล่น ลองชวนคุยบอกเล่าความจำเป็นว่าทำไมต้องกินยา และเปิดโอกาสให้ลูกเลือกได้ เช่น จะกินยาจากช้อนหรือจากไซริงค์ดี จะดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ตามหลังการกินยา ความรู้สึกว่าได้ควบคุมสถานการณ์จะช่วยลดความกลัวลงได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

เทคนิคการเลือกอุปกรณ์ป้อนยาที่เหมาะสม

สำหรับเด็กเล็ก การใช้กระบอกฉีดยาพลาสติกไร้เข็มหรือไซริงค์ เป็นตัวช่วยที่ดีมากครับ เพราะเราสามารถค่อยๆ ฉีดยาเข้าไปที่กระพุ้งแก้มทีละน้อย ไม่ใช่พุ่งตรงไปที่โคนลิ้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการอาเจียนและสำลักได้ดีกว่าการใช้ช้อนโต๊ะทั่วไป

เคล็ดลับการผสมยาที่ไม่ทำลายประสิทธิภาพของยา

หลายครอบครัวใช้วิธีผสมยาทั้งหมดลงในขวดนมแก้วใหญ่ แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นเมื่อลูกกินนมไม่หมดขวด ทำให้เราไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วลูกได้รับยาครบโดสหรือยัง

ผสมกับอาหารคำเล็กๆ ที่รสจัดกลบความขม

แทนที่จะใส่ในนมทั้งขวด แนะนำให้ผสมยาปริมาณน้อยๆ กับอาหารรสจัดที่ลูกชอบ เช่น แยมผลไม้รสเปรี้ยวหวาน โยเกิร์ต หรือน้ำผึ้ง (เฉพาะเด็กอายุมากกว่า 1 ขวบขึ้นไป) ตักให้กินเพียงหนึ่งคำแรกที่มั่นใจว่าหมดแน่ๆ แล้วค่อยตามด้วยอาหารปกติ

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเวลาป้อนยาเด็ก

ความหวังดีบางอย่างอาจส่งผลเสียในระยะยาว เช่น การโกหกเด็กว่านี่คือน้ำหวานอร่อย เมื่อลูกรู้ความจริงทีหลังความไว้วางใจจะหมดไปทันที หรือการใช้ยาขู่บังคับให้กลัว เช่น ถ้าดื้อจะโดนฉีดยา สิ่งเหล่านี้จะสร้างบาดแผลทางใจและทำให้การดูแลรักษายากขึ้นในอนาคต

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับรูปแบบยา

หากลองทุกวิธีแล้วลูกยังคงอาเจียนทุกครั้งที่กินยา ปฏิเสธเด็ดขาดจนไม่สามารถรับประทานยาได้เลย อย่าฝืนครับ ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบยา เช่น เปลี่ยนจากยาน้ำเป็นยาเหน็บทางทวารหนัก ยาเม็ดบด หรือการปรับเปลี่ยนตัวยาอื่นที่รับประทานง่ายขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down