ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยเพิ่งจะหายจากอาการไข้หวัดได้ไม่นาน ก็กลับมาร้องงอแง เอามือจับหู ดึงใบหูซ้ำๆ ด้วยความเจ็บปวด และมีไข้ขึ้นสูงอีกครั้ง พอพามาตรวจรักษาจนดีขึ้นได้ไม่กี่สัปดาห์ อาการเดิมๆ ก็วนกลับมาใหม่จนเริ่มเหนื่อยใจและกังวลว่าทำไมโรคนี้ถึงไม่หายขาดเสียที

อาการเจ็บหูซ้ำซากนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นสิ่งที่คุณหมอพบได้บ่อยมากในคลินิกเด็ก ภาวะนี้เรียกว่า โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันกลับเป็นซ้ำ ซึ่งสร้างความทรมานให้เด็กๆ และสร้างความวิตกกังวลให้คนในครอบครัวไม่น้อยเลยทีเดียว มาร่วมทำความเข้าใจกลไกของโรคนี้ไปด้วยกัน เพื่อที่จะได้รู้วิธีรับมือและป้องกันอย่างถูกต้อง

เมื่ออาการเจ็บหูของลูกไม่ยอมหายขาด: โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันกลับเป็นซ้ำ คืออะไร?

โดยทั่วไปแล้ว หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันคือการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในบริเวณหลังแก้วหู ซึ่งมักจะลุกลามมาจากอาการหวัด ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แต่ถ้าหากลูกรักมีอาการอักเสบเฉียบพลันนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เป็นซ้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือเป็นซ้ำมากกว่า 4 ครั้งภายใน 1 ปี โดยที่แต่ละครั้งอาการหายสนิทดีแล้ว ทางการแพทย์จะจัดว่าเป็นภาวะ โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันกลับเป็นซ้ำ

ทำไมหนูถึงเป็นบ่อย? เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้หูชั้นกลางอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การที่หูชั้นกลางเกิดการอักเสบซ้ำๆ มีปัจจัยร่วมกันหลายอย่าง ทั้งโครงสร้างร่างกายตามธรรมชาติของเด็กเองและปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระตุ้น

ท่อยูสเตเชียนกับร่างกายเด็ก: จุดอ่อนตามธรรมชาติที่ทำให้ติดเชื้อง่าย

โครงสร้างร่างกายของเด็กเล็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะท่อระบายความดันในหูชั้นกลางที่เชื่อมต่อกับโพรงหลังจมูก หรือที่เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ในเด็กท่อนี้จะมีลักษณะสั้น กว้าง และวางตัวในแนวราบมากกว่าของผู้ใหญ่ ทำให้เวลาที่เด็กเป็นหวัด มีน้ำมูก หรือมีอาการภูมิแพ้ เชื้อโรคจากจมูกและคอจะสามารถเดินทางผ่านท่อนี้เข้าไปยังหูชั้นกลางได้ง่ายมาก เมื่อท่อนี้บวมและอุดตัน ของเหลวที่สร้างขึ้นในหูชั้นกลางก็จะไม่สามารถระบายออกไปได้ เกิดเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจนนำไปสู่การอักเสบในที่สุด

ปัจจัยรอบตัวในชีวิตประจำวัน ที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบซ้ำ

นอกเหนือจากโครงสร้างร่างกายแล้ว ปัจจัยแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เกิด โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันกลับเป็นซ้ำ ได้ง่ายขึ้น เช่น

  • การส่งบุตรหลานไปสถานรับเลี้ยงเด็ก: เด็กที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่มีโอกาสสัมผัสเชื้อหวัดจากเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นหวัดบ่อย และส่งผลให้หูชั้นกลางอักเสบตามมาบ่อยครั้ง
  • การได้รับควันบุหรี่มือสอง: ควันบุหรี่มีสารเคมีที่ระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจและท่อยูสเตเชียน ทำให้ท่อนี้ทำงานผิดปกติและอุดตันง่ายขึ้น
  • การนอนราบขณะดูดนม: การให้เด็กนอนหงายดูดนมจากขวด อาจทำให้น้ำนมไหลย้อนผ่านท่อยูสเตเชียนเข้าไปในหูชั้นกลาง ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการติดเชื้อตามมา
  • ภาวะภูมิแพ้: เด็กที่มีโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ มักจะมีเยื่อบุในจมูกและท่อยูสเตเชียนบวมเรื้อรัง ทำให้ระบายน้ำในหูได้ไม่ดี

สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต เมื่อลูกเริ่มมีอาการหูอักเสบอีกครั้ง

สำหรับเด็กโต การบอกว่าเจ็บหูอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับเด็กเล็กที่ยังพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างใกล้ชิด อาการที่มักพบเมื่อเกิดการกลับเป็นซ้ำ ได้แก่

  • ร้องงอแง โยเยผิดปกติ โดยเฉพาะเวลานอนราบ เพราะแรงดันในหูจะสูงขึ้นทำให้เจ็บมากขึ้น
  • เอามือจับ ดึง หรือขยี้ใบหูบ่อยครั้ง
  • มีไข้สูง หรือบางครั้งอาจมีน้ำมูกและอาการไอร่วมด้วย
  • การได้ยินลดลงชั่วคราว เรียกแล้วไม่ค่อยหัน หรือเปิดทีวีเสียงดังขึ้น
  • มีของเหลวหรือหนองไหลออกมาจากช่องหู ซึ่งแสดงว่าแก้วหูอาจจะทะลุจากแรงดันของหนอง

วิธีรักษาและป้องกัน เพื่อช่วยให้ลูกรักบอกลาอาการเจ็บหูซ้ำซาก

การดูแลรักษาในกรณีที่เป็นซ้ำๆ จะมีความซับซ้อนกว่าการเป็นเพียงครั้งเดียว เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การรักษาอาการอักเสบในปัจจุบันให้หาย แต่ต้องมองหาหนทางป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีกในอนาคตเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการได้ยินและพัฒนาการทางภาษาของเด็ก

การดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: เมื่อไหร่ที่ต้องพิจารณาการใส่ท่อระบายในหู

หากเด็กได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องแล้ว แต่ยังมีอาการของโรคบ่อยเกินเกณฑ์ แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น

  • การผ่าตัดใส่ท่อระบายในหูชั้นกลาง (Myringotomy with Tympanostomy Tube): เป็นการเจาะแก้วหูขนาดเล็กมากเพื่อใส่ท่อพลาสติกจิ๋วเข้าไป ท่อนี้จะช่วยทำหน้าที่ระบายหนองหรือของเหลว และช่วยปรับความดันในหูชั้นกลางแทนท่อยูสเตเชียนที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ วิธีนี้ช่วยลดความถี่ในการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติ
  • การประเมินและรักษาโรคร่วมอื่นๆ: เช่น การรักษาโรคภูมิแพ้อย่างจริงจัง หรือการผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์โตที่อยู่บริเวณหลังโพรงจมูก ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่คอยอุดตันท่อยูสเตเชียน

วิธีดูแลสุขอนามัยในบ้าน เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันจากภายในบ้านเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำให้ลูกได้ทุกวัน

  • สนับสนุนการให้นมแม่: น้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและหูชั้นกลางได้อย่างดีเยี่ยม ควรให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนแรก
  • ปรับท่าทางในการให้นมขวด: หากจำเป็นต้องดื่มนมขวด พยายามจัดท่าทางให้ศีรษะของลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเสมอ ไม่ควรให้นอนราบขณะดูดนม
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลพิษ: งดสูบบุหรี่ในบ้านหรือบริเวณที่เด็กอยู่โดยเด็ดขาด เพราะละอองฝุ่นและสารเคมีจากควันบุหรี่ที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าก็สามารถกระตุ้นให้เยื่อบุหูชั้นกลางอักเสบได้
  • ฉีดวัคซีนป้องกัน: การพาลูกไปรับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (IPD) และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สามารถช่วยลดอัตราการเกิดหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางชนิดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ฝึกสุขอนามัยที่ดี: สอนให้ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นหวัด เพื่อลดโอกาสรับเชื้อทางเดินหายใจ

การดูแลเด็กที่มีภาวะหูชั้นกลางอักเสบซ้ำๆ ต้องอาศัยความอดทนและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างคุณพ่อคุณแม่และแพทย์เฉพาะทาง การสังเกตอาการอย่างละเอียดและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของโรคลงได้ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมวัย มีพัฒนาการการได้ยินที่ดี และกลับมาแจ่มใสได้ในทุกๆ วัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down