ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคเริมที่อวัยวะเพศให้ชัด ก่อนจะตกใจเมื่อมีอาการ

หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลใจหลังจากตรวจพบตุ่มน้ำใสหรือแผลเล็กๆ บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า HSV ครับ โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวจนเกินรับมือ แต่สิ่งที่ทำให้คนไข้หลายคนรู้สึกหนักใจคืออาการที่เป็นๆ หายๆ หรือที่เรียกกันว่าโรคเริมที่อวัยวะเพศและการกลับเป็นซ้ำ ซึ่งหมออยากให้มองว่ามันคือโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษมากกว่าเรื่องน่าอับอาย

เชื้อไวรัสตัวนี้แอบไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนเมื่อหายดีแล้ว

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อเริมครั้งแรก เชื้อจะเดินทางไปพักตัวอยู่ในปมประสาทใกล้กระดูกสันหลังครับ ในช่วงที่ร่างกายแข็งแรงดี เชื้อเหล่านี้จะหลบอยู่อย่างสงบ แต่ทันทีที่ภูมิคุ้มกันตก ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความเครียดสะสม เชื้อตัวนี้จะเดินทางย้อนกลับมาตามเส้นประสาทสู่ผิวหนังบริเวณเดิมและทำให้เกิดอาการตุ่มพองหรือแผลขึ้นมาอีกครั้ง นี่คือกลไกธรรมชาติที่ทำให้โรคนี้มักจะวนกลับมาทักทายเราได้เสมอ

ทำไมเริมถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ

ปัจจัยกระตุ้นหลักๆ ที่ทำให้เริมแสดงตัวออกมาคือ

  • การพักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนเพลีย
  • ภาวะความเครียดทางร่างกายและจิตใจ
  • การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดต่ำลง
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
  • การเสียดสีหรือบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ

จัดการอย่างไรเมื่อเริมกลับมาเป็นซ้ำ

หากเริ่มรู้สึกยิบๆ คันๆ หรือแสบร้อนบริเวณที่เคยเป็นแผล นั่นคือสัญญาณเตือนว่าเริมกำลังจะกลับมาแล้วครับ สิ่งที่ต้องทำคือรีบพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด เพราะการทานยาในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงของแผลและทำให้แผลหายเร็วขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดบริเวณแผลให้แห้งอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการแกะเกา จะช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้อนทับได้ดีครับ

ป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนใกล้ตัวได้อย่างไร

ในช่วงที่แผลยังมีอาการ หรือแม้กระทั่งในช่วงที่เริ่มรู้สึกระคายเคืองผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาดจนกว่าแผลจะแห้งสนิทและหายดี เพื่อป้องกันการส่งต่อเชื้อให้กับคู่นอน เพราะแม้ว่าเริมจะไม่มีทางกำจัดเชื้อให้หมดไปจากร่างกายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถควบคุมการใช้ชีวิตให้ปกติและลดโอกาสการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

เมื่อไหร่ที่ต้องมาพบหมอเพื่อวางแผนการรักษาในระยะยาว

ถ้าใครที่กลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ เช่น เกิน 6 ครั้งต่อปี หมอจะพิจารณาการรักษาแบบกินยาต่อเนื่องหรือที่เรียกว่า Suppressive Therapy เพื่อคุมไม่ให้เชื้อแสดงอาการบ่อยเกินไป ซึ่งจะช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บปวดที่กวนใจบ่อยๆ อีกต่อไปครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down