ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกป่วยหนักหรือยังนะ? ความกังวลใจของพ่อแม่

เวลาลูกตัวร้อนหรือมีอาการผิดปกติ พ่อแม่มักจะหนักใจเสมอว่าจะดูแลต่อที่บ้านหรือต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาล การตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้ลูกได้รับความลำบาก แต่การไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่ลูกจามก็อาจทำให้เด็กได้รับเชื้อโรคอื่นๆ เพิ่มเติมจากห้องฉุกเฉิน วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังถึงเกณฑ์การพิจารณาเด็กป่วยเข้ารับการรักษาแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ

สัญญาณอันตราย: แบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ในบางกรณีอาการป่วยของเด็กถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องการการดูแลจากแพทย์อย่างรวดเร็ว หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้าให้รีบไปพบแพทย์ทันที:

  • เด็กทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วแรงจนหน้าอกบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมกินนมกินน้ำ
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ผิวหนังแห้ง ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6-8 ชั่วโมง หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีไข้สูงร่วมกับคอแข็งก้มศีรษะไม่ได้
  • อาเจียนรุนแรงหรือถ่ายเหลวต่อเนื่องจนไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลย

เมื่อไหร่ที่การดูแลที่บ้านไม่เพียงพอ

นอกจากอาการฉุกเฉินแล้ว ยังมีกลุ่มอาการที่แม้จะไม่ถึงกับชีวิตในทันที แต่เด็กมีความจำเป็นต้องได้รับยาฉีด การเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดจากพยาบาล หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งหมออาจแนะนำให้แอดมิดโรงพยาบาลหากพบว่า:

  • ไข้สูงลอยไม่ยอมลดแม้จะให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้วติดต่อกันเกิน 48 ชั่วโมง
  • ภาวะติดเชื้อที่รุนแรงซึ่งจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะผ่านทางเส้นเลือด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนสูงกว่าเด็กปกติ
  • ไม่สามารถรับประทานยาทางปากได้ หรือมีภาวะอาเจียนซ้ำๆ ทำให้ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่

การสังเกตอาการด้วยตัวเองที่บ้าน

ไม่ใช่ว่าเด็กป่วยทุกคนต้องนอนโรงพยาบาลเสมอไป ในกรณีที่เด็กยังมีอาการร่าเริง กินได้ เล่นได้ และระดับไข้ตอบสนองต่อการเช็ดตัวและยาดี พ่อแม่สามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้โดยการให้ดื่มน้ำมากๆ สังเกตการขับถ่าย และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่สัญชาตญาณพ่อแม่รู้สึกว่าลูกดูแย่ลงกว่าเดิม หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด การพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

หัวใจสำคัญของการตัดสินใจ

หลักการง่ายๆ คือการดูภาพรวมของลูกเป็นสำคัญ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนปรอทวัดไข้เพียงอย่างเดียว เด็กที่ดูเพลียมาก ไม่ยอมสบตา ไม่ยอมเล่น หรือหายใจแปลกไปจากเดิม คือสัญญาณที่บอกว่าลูกต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ การเตรียมตัวสังเกตอาการเหล่านี้ไว้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าเมื่อใดควรเข้าโรงพยาบาล และเมื่อใดที่สามารถดูแลลูกน้อยให้หายดีได้ที่บ้านด้วยความรักความเข้าใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down