ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่จู่ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจถี่ขึ้นผิดปกติ หรือบางทีก็เริ่มสับสน มึนงงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังเผชิญกับ 'ภาวะเลือดเป็นกรดจากเมแทบอลิซึม' ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนแต่สำคัญมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะวิกฤติ เช่น ภาวะช็อก การทำความเข้าใจภาวะนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของหมอเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรรู้เพื่อดูแลตัวเองและคนใกล้ชิด

เลือดเป็นกรด...แปลว่าอะไรกันแน่? (ค่า pH สำคัญยังไง?)

เมื่อพูดถึงเลือดเป็นกรด หลายคนอาจนึกภาพอะไรที่น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมันคือภาวะที่สมดุลกรด-ด่างในเลือดของเราผิดปกติไปนั่นเอง

  • ค่า pH คืออะไร? เลือดของเรามีค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ประมาณ 7.35-7.45 ซึ่งเป็นค่าที่ค่อนไปทางด่างเล็กน้อย (กลางคือ 7.0) ร่างกายจะพยายามรักษาสมดุลนี้ไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะ pH ที่ผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆ อย่างรุนแรงได้
  • เมื่อ pH ต่ำกว่า 7.35 เราก็จะเรียกว่า 'ภาวะเลือดเป็นกรด' ซึ่งหมายถึงมีสารที่เป็นกรดมากเกินไป หรือสูญเสียสารที่เป็นด่างออกไปจากร่างกายมากเกินไปนั่นเอง

ร่างกายเราจัดการกับกรด-ด่างในเลือดได้ยังไง?

ร่างกายเรามีระบบที่ฉลาดมากในการรักษาสมดุลกรด-ด่างนี้ไว้ เรียกว่า 'ระบบบัฟเฟอร์' (Buffer System) ซึ่งมีหลายส่วนทำงานร่วมกัน เช่น:

  • ปอด: ควบคุมการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ซึ่งเป็นกรด) ออกทางลมหายใจ ถ้ามีกรดเยอะ ปอดก็จะเร่งหายใจให้เร็วและลึกขึ้นเพื่อขับกรดออก
  • ไต: ทำหน้าที่ขับกรดส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และสร้างสารด่าง (Bicarbonate) กลับเข้าสู่ร่างกาย

เมื่อสมดุลเสีย: ภาวะเลือดเป็นกรดจากเมแทบอลิซึม เกิดขึ้นได้ยังไง?

ภาวะเลือดเป็นกรดที่เกิดจากปัญหาในระบบเมแทบอลิซึม หรือกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย มักจะมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ:

  • ร่างกายผลิตกรดเพิ่มขึ้นมากเกินไป: เช่น ในภาวะขาดอินซูลินที่รุนแรงในผู้ป่วยเบาหวาน ร่างกายจะเผาผลาญไขมันแทนน้ำตาล ทำให้เกิดสารคีโตนซึ่งเป็นกรด หรือในภาวะที่เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน เช่น ภาวะช็อก ร่างกายจะผลิตกรดแลคติกออกมามากผิดปกติ
  • ร่างกายสูญเสียสารที่เป็นด่าง (Bicarbonate) ออกไปมากเกินไป: เช่น จากการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือปัญหาของไตที่ไม่สามารถรักษาสมดุลได้

ในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่สองสาเหตุหลักที่พบบ่อยและอันตราย คือภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน และภาวะเลือดเป็นกรดจากช็อก

สาเหตุสำคัญที่ต้องรู้: เบาหวาน และภาวะช็อก

สองภาวะนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของปัญหาที่นำไปสู่ภาวะเลือดเป็นกรดจากเมแทบอลิซึมได้

ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis - DKA): เมื่อน้ำตาลสูง กรดคีโตนก็มา

ภาวะนี้มักพบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ขาดอินซูลินรุนแรง หรือในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะเครียดรุนแรง เช่น ติดเชื้อรุนแรง ไม่ฉีดอินซูลิน หรือใช้ยาไม่ถูกต้อง

  • เกิดอะไรขึ้น? เมื่อร่างกายขาดอินซูลินอย่างหนัก เซลล์จะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ร่างกายจึงต้องหันไปสลายไขมันมาใช้แทน ผลจากการสลายไขมันนี้จะทำให้เกิด 'สารคีโตน' ซึ่งเป็นกรด และเป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อมีคีโตนสะสมในเลือดมากเกินไป ก็จะทำให้เลือดเป็นกรดอย่างรุนแรง

ภาวะเลือดเป็นกรดจากช็อก (Lactic Acidosis): เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน

ภาวะช็อกคือภาวะที่เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์ขาดออกซิเจน

  • เกิดอะไรขึ้น? เมื่อเซลล์ขาดออกซิเจน มันจะเปลี่ยนการเผาผลาญพลังงานจากแบบใช้ออกซิเจนไปเป็นแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งผลพลอยได้จากการเผาผลาญแบบนี้คือ 'กรดแลคติก' ที่ผลิตออกมาในปริมาณมหาศาล และสะสมในเลือด ทำให้เลือดเป็นกรดอย่างรุนแรงได้ ตัวอย่างภาวะช็อก เช่น การเสียเลือดมาก ภาวะติดเชื้อรุนแรง (Septic Shock) หรือภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

สัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมา: อาการของภาวะเลือดเป็นกรดที่ต้องสังเกต

อาการของภาวะเลือดเป็นกรดมักจะปรากฏให้เห็นเมื่อค่า pH ลดลงมากพอแล้ว และอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง แต่โดยรวมแล้ว อาการที่พบบ่อยและควรระวังมีดังนี้:

  • หายใจลำบาก หายใจถี่ หรือหายใจหอบลึก (Kussmaul breathing): ร่างกายพยายามขับกรดออกทางปอด
  • อ่อนเพลียมาก ไม่มีแรง ง่วงซึม
  • สับสน มึนงง กระสับกระส่าย หรือหมดสติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง: โดยเฉพาะในภาวะ DKA อาจมีกลิ่นลมหายใจคล้ายผลไม้สุก (กลิ่นคีโตน)
  • หัวใจเต้นผิดปกติ หรือความดันโลหิตต่ำ

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ควรต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

สงสัยว่าเลือดเป็นกรด...คุณหมอจะวินิจฉัยและดูแลยังไง?

เมื่อแพทย์สงสัยภาวะเลือดเป็นกรด จะมีการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและหาสาเหตุ

การตรวจเลือดดูอะไรบ้าง?

  • การตรวจวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง (Arterial Blood Gas - ABG): เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุด เพื่อดูค่า pH, ระดับออกซิเจน, คาร์บอนไดออกไซด์ และไบคาร์บอเนตในเลือด
  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและคีโตน: เพื่อยืนยันภาวะ DKA ในผู้ป่วยเบาหวาน
  • การตรวจระดับแลคเตท (Lactate): เพื่อยืนยันภาวะ Lactic Acidosis
  • การตรวจอื่นๆ: เช่น ตรวจการทำงานของไต ตับ เกลือแร่ในเลือด เพื่อหาสาเหตุและประเมินความรุนแรง

การรักษามุ่งเป้าที่ต้นเหตุและปรับสมดุล

การรักษาภาวะเลือดเป็นกรดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หลักการสำคัญคือ:

  • แก้ไขสาเหตุ: เช่น ให้ยาอินซูลินในภาวะ DKA, แก้ไขภาวะช็อกด้วยการให้สารน้ำ ยา หรือการผ่าตัดตามสาเหตุ
  • ปรับสมดุลกรด-ด่างและเกลือแร่: อาจมีการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้สารด่าง (Bicarbonate) ในกรณีที่เลือดเป็นกรดรุนแรงมาก หรือปรับเกลือแร่ต่างๆ ในร่างกาย
  • ดูแลระบบอวัยวะต่างๆ: เช่น การช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจหากผู้ป่วยหายใจลำบากมาก

ป้องกันได้ไหม? หรือเมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาหาหมอ?

การป้องกันภาวะเลือดเป็นกรดจากเมแทบอลิซึมทำได้โดยการดูแลสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัวให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

  • สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน: ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี ฉีดอินซูลินหรือกินยาเบาหวานตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากเจ็บป่วย เช่น เป็นไข้ ติดเชื้อ ควบคุมอาหารไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาหรือดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
  • สำหรับทุกคน: หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก อ่อนเพลียมากผิดปกติ สับสน หรืออาการอื่นๆ ที่น่าสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที อย่ารอช้า เพราะภาวะเลือดเป็นกรดสามารถรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

ภาวะเลือดเป็นกรดอาจฟังดูซับซ้อน แต่การรู้เท่าทันอาการและการตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัว จะช่วยให้เราสามารถป้องกันหรือรับมือกับภาวะนี้ได้อย่างทันท่วงที และรักษาชีวิตไว้ได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down