ช่วงนี้เวลาตรวจสุขภาพเด็กๆ หรือตรวจเลือดดูการทำงานของตับ หมอเริ่มเจอภาวะไขมันพอกตับในเด็กและวัยรุ่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวโยงกับน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์ การกินอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือเครื่องดื่มหวานๆ พอพ่อแม่ได้ยินว่าลูกตับอักเสบจากไขมัน ก็มักจะตกใจและกังวลว่าต้องให้ลูกกินยาอะไรไหม หนึ่งในคำถามที่หมอบ่อยคือเรื่องของการใช้วิตามินอีเข้ามาช่วยรักษา วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่าสารตัวนี้ทำงานอย่างไร และมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
ทำไมเด็กๆ ถึงเป็นไขมันพอกตับ และมันอันตรายแค่ไหน?
โรคไขมันพอกตับในเด็กไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เหมือนในผู้ใหญ่ แต่เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินในเซลล์ตับ ซึ่งมักมาพร้อมกับภาวะอ้วนลงพุง ดื้ออินซูลิน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ในระยะแรกเด็กอาจจะไม่มีอาการอะไรเลย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ไขมันที่สะสมนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกิดพังผืดในเนื้อตับ ซึ่งถ้าปล่อยจนถึงวัยผู้ใหญ่ก็อาจกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ การรีบตรวจพบและหาแนวทางรักษาตั้งแต่เด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
วิตามินอีเข้ามาช่วยรักษาตับเด็กได้อย่างไร?
ในแง่ของการรักษา บทบาทของวิตามินอีในการรักษาโรค ไขมันพอกตับในเด็กนั้น หลักๆ แล้วมาจากคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ทรงพลัง เวลาที่ไขมันคั่งอยู่ในตับ มันจะสร้างภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ที่ไปทำลายเซลล์ตับและทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง วิตามินอีจะทำหน้าที่เข้าไปดับชนวนความอักเสบนี้ ลดการทำลายเซลล์ และช่วยให้ค่าการทำงานของตับในเลือดดีขึ้นได้ในเด็กบางกลุ่มที่มีภาวะตับอักเสบรุนแรง
แพทย์เด็กพิจารณาวิตามินอีให้เด็กกินตอนไหน?
หมอต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่เด็กที่เป็นไขมันพอกตับทุกคนจะต้องกินวิตามินอี การใช้ยาวิตามินอีขนาดสูง (มักอยู่ที่ประมาณ 800 ยูนิตสากลต่อวัน) จะถูกพิจารณาเป็นรายบุคคล เฉพาะเด็กที่ตรวจชิ้นเนื้อตับแล้วพบว่ามีการอักเสบและมีภาวะพังผืดชัดเจน หรือเด็กที่ปรับพฤติกรรมเรื่องอาหารและการออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้ว แต่ค่าตับยังสูงอยู่และโรคยังไม่ดีขึ้น การตัดสินใจใช้จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับอย่างใกล้ชิด
กินวิตามินอีอย่างเดียวพอไหม หรือต้องทำอะไรร่วมด้วย?
แม้ว่าวิตามินอีจะช่วยลดการอักเสบในตับได้ แต่เรื่องจริงที่หมอต้องบอกพ่อแม่เสมอคือ มันไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้โดยที่เด็กยังใช้ชีวิตแบบเดิม หัวใจสำคัญที่สุดของการรักษาไขมันพอกตับในเด็กยังคงเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle Modification) ได้แก่
- ลดการดื่มน้ำอหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีฟรุกโตสสูง
- หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด และขนมกรุบกรอบที่มีไขมันทรานส์
- เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูงในทุกมื้ออาหาร
- ชวนเด็กๆ ออกมาขยับร่างกายและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกินอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินอีขนาดสูง
การให้เด็กกินวิตามินอีขนาดสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานไม่ใช่เรื่องที่จะซื้อมาให้กินเองตามใจชอบ เพราะวิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มันสามารถสะสมในร่างกายได้ และมีรายงานทางการแพทย์ระบุว่าการได้รับวิตามินอีในปริมาณที่สูงมากๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ หมอจึงต้องคอยเจาะเลือดติดตามอาการและประเมินความคุ้มค่าของการรักษาอยู่เสมอ
สรุปจากห้องตรวจหมอ
โรคไขมันพอกตับในเด็กเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจตั้งแต่วันนี้ บทบาทของวิตามินอีในการรักษาโรค ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยลดการอักเสบของตับได้ดีในเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการมาก แต่ตัวช่วยที่ดีที่สุดและยั่งยืนที่สุดคือความร่วมมือของคนในครอบครัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของลูกรัก ให้พวกเขามีสุขภาพตับที่ดีและเติบโตไปอย่างแข็งแรง