เวลาเกิดอุบัติเหตุรถชนเฉี่ยวชน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ล้มหรือเดินชนขอบโต๊ะจนมีแผลถลอกตามแข้งตามขา สิ่งแรกที่หลายคนมักทำด้วยความตกใจคือการรีบหยิบยาแดงหรือแอลกอฮอล์มาเช็ดถูแรงๆ ซึ่งในมุมมองของหมอ บอกเลยว่าวิธีนี้ทำร้ายผิวและทำให้แผลหายช้ากว่าเดิมครับ การดูแลแผลสดในช่วงวันแรกๆ มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญมาก เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อและลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นในอนาคต
ล้างแผลอย่างไรให้ถูกวิธี: หยุดใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลสด
ความเชื่อที่ว่าแผลต้องแสบถึงจะสะอาด เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ แอลกอฮอล์ล้างแผลหรือทิงเจอร์ไอโอดีนเข้มข้น มีฤทธิ์รุนแรงเกินไปจนทำลายเซลล์เนื้อเยื่อที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ ทำให้แผลหายช้าลงและแสบผิวโดยไม่จำเป็น
วิธีที่ถูกต้องและนุ่มนวลที่สุดในการทำความสะอาดการดูแลแผลอุบัติเหตุและแผลถลอก มีดังนี้ครับ
- ใช้น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline): เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีความเค็มสมดุลกับเซลล์ในร่างกาย ไม่แสบและไม่ทำลายเนื้อเยื่อ
- ฟอกสบู่อ่อนๆ รอบแผล: หากแผลเปื้อนฝุ่นดินหรือคราบสกปรก ให้ใช้สบู่อ่อนๆ ฟอกทำความสะอาดผิวหนังรอบๆ แผลได้ แต่พยายามอย่าให้สบู่โดนเนื้อเยื่อภายในแผลโดยตรงเพื่อป้องกันการระคายเคือง
- ซับให้แห้งเบาๆ: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดหรือผ้าสะอาดซับบริเวณรอบแผลเบาๆ ให้แห้งสนิท ห้ามใช้สำลีที่มีขุยเพราะเส้นใยอาจหลุดเข้าไปติดในแผลได้
เลือกยาใส่แผลและวิธีปิดแผลให้เหมาะกับชนิดของแผล
เมื่อทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปกป้องแผลครับ หลายคนชอบปล่อยให้แผลแห้งตกสะเก็ดเองเร็วๆ แต่จริงๆ แล้วแผลที่ชุ่มชื้นในระดับที่เหมาะสมจะหายเร็วกว่าและเกิดแผลเป็นน้อยกว่าครับ
- กรณีแผลถลอกตื้นๆ: ทาด้วยขี้ผึ้งปฏิชีวนะบางๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและรักษาความชุ่มชื้น หากแผลไม่โดนเสียดสีบ่อย อาจไม่ต้องปิดแผลก็ได้ แต่ถ้าต้องใส่เสื้อผ้าทับ แนะนำให้ปิดด้วยพลาสเตอร์ปิดแผลแบบกันน้ำ
- กรณีแผลฉีกขาดหรือมีเลือดซึม: ควรปิดด้วยผ้าก๊อซปลอดเชื้อและติดเทปทางการแพทย์ โดยระวังอย่าปิดแน่นจนเกินไป และควรเปลี่ยนผ้าก๊อซวันละครั้ง หรือเปลี่ยนทันทีหากแผลเปียกน้ำหรือชื้นแฉะ
ช่วงสามวันแรกสำคัญที่สุด: สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าแผลเริ่มติดเชื้อ
หลังจากทำแผลและดูแลตัวเองผ่านพ้นช่วงสองวันแรกไปแล้ว สิ่งที่ต้องคอยสังเกตคือการเปลี่ยนแปลงของแผลครับ ผิวหนังจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งอาจมีอาการคันยิบๆ เล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้แปลว่าแผลเริ่มมีปัญหาและควรมาพบแพทย์ครับ
- ปวดตุบๆ ที่แผลมากขึ้นเรื่อยๆ: แทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น กลับปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ
- บวม แดง ร้อน: บริเวณรอบแผลขยายวงกว้างขึ้น มีสีแดงจัดและรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส
- มีหนองไหล: มีของเหลวข้นสีเหลืองหรือสีเขียวมีกลิ่นเหม็นซึมออกมาจากแผล
- มีไข้ร่วมด้วย: รู้สึกหนาวสั่นหรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งแสดงว่าการติดเชื้อเริ่มกระจายเข้าสู่กระแสเลือด
ดูแลตัวเองจากภายในเพื่อให้แผลหายไวและไม่ทิ้งรอย
นอกจากการดูแลความสะอาดภายนอกแล้ว ร่างกายยังต้องการวัตถุดิบชั้นดีในการซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหายครับ อาหารที่มีประโยชน์ช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- โปรตีนคุณภาพสูง: เช่น เนื้อปลา ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและเซลล์ผิวใหม่
- วิตามินซีสูง: เช่น ฝรั่ง ส้ม มะเขือเทศ ช่วยในการสร้างคอลลาเจนและทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: เพื่อความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวทั่วร่างกาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนนำออกซิเจนมาเลี้ยงแผลได้ดีขึ้น
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วตั้งสติ ค่อยๆ ทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เพียงเท่านี้แผลอุบัติเหตุและแผลถลอกก็จะหายได้ไวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเป็นกวนใจครับ