ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่นั่งทำงานเพลินๆ ติดประชุมยาว หรือแม้แต่ตอนรถติดอยู่บนท้องถนน เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ต้องนั่งบิดตัวไปมาแล้วบอกตัวเองว่า ขออีกนิดเดียวก่อนค่อยลุกไปเข้าห้องน้ำ นิสัยการกลั้นปัสสาวะนานๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ใครๆ ก็ทำกัน จนเราเผลอคิดว่าร่างกายคงไม่เป็นอะไรหรอก

แต่ในมุมมองของหมอและจากเคสที่เจอในห้องตรวจ ปัญหาเรื่องระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือโรคไตไม่ได้เกิดขึ้นจากเชื้อโรคอย่างเดียว แต่อย่างหนึ่งที่เป็น ปัจจัยเสี่ยงจากการกลั้นปัสสาวะ โดยตรงก็คือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันแบบเปิดอกว่า การอั้นฉี่บ่อยๆ มันส่งผลอะไรกับร่างกายเราบ้าง และทำไมเราถึงควรเลิกทำตั้งแต่วันนี้

ทำไมร่างกายถึงส่งสัญญาณเตือน เมื่อเราเลือกที่จะอั้น?

กระเพาะปัสสาวะของเราทำหน้าที่เหมือนถุงเก็บน้ำครับ โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อมีน้ำปัสสาวะสะสมประมาณ 200 ถึง 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร สมองจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าเริ่มปวดเบาๆ แล้วนะ แต่ถ้าเราเลือกที่จะเมินสัญญาณนั้นแล้วบีบกล้ามเนื้อหูรูดเอาไว้ กล้ามเนื้อผนังกระเพาะปัสสาวะจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกมา

ถ้าทำแบบนี้เป็นครั้งคราวร่างกายอาจจะพอรับไหว แต่ถ้าทำจนเป็นนิสัย ผนังกระเพาะปัสสาวะจะเริ่มยืดหยุ่นน้อยลง กล้ามเนื้อเริ่มล้า และสูญเสียความสามารถในการบีบตัวตามธรรมชาติ ส่งผลให้เวลาปัสสาวะจริงๆ อาจจะรู้สึกสุดยาก ต้องเบ่ง หรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุดอยู่ตลอดเวลา

ภัยเงียบข้อแรก: ทางเดินปัสสาวะอักเสบและกรวยไตอักเสบ

โรคยอดฮิตที่มักจะตามมาติดๆ สำหรับคนที่ชอบอั้นฉี่คือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบครับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีท่อปัสสาวะสั้น ทำให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าไปได้ง่ายอยู่แล้ว

ปกติแล้วกระบวนการขับปัสสาวะออก1ครั้ง จะเปรียบเสมือนการชะล้างทำความสะอาดท่อปัสสาวะไปในตัว แต่พเราอั้นปัสสาวะไว้นานๆ น้ำปัสสาวะที่ค้างอยู่จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรีย เชื้อโรคเหล่านี้จะทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและลุกลามขึ้นไปข้างบน จนทำให้เกิดอาการแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะมีเลือดปน หรือลุกลามจนกลายเป็นกรวยไตอักเสบ มีไข้สูงหนาวสั่น ซึ่งอันตรายถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลยทีเดียว

นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: ของแถมที่ไม่น่าจดจำจากการอั้นฉี่

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือการเกิดนิ่วครับ เมื่อปัสสาวะถูกแช่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน สารเคมีและแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต หรือกรดยูริก ที่ควรจะถูกขับออกไปตั้งแต่แรก จะเกิดการตกตะกอนและจับตัวกันเป็นก้อนนิ่ว

ก้อนนิ่วเหล่านี้อาจจะนอนนิ่งๆ หรือเคลื่อนตัวไปอุดตันท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน

ไตพังไม่รู้ตัว: เมื่อแรงดันย้อนกลับไปทำลายเนื้อไต

หลายคนคิดว่าผลเสียจากการอั้นฉี่จะหยุดอยู่แค่ที่กระเพาะปัสสาวะ แต่ความจริงแล้วมันรุนแรงกว่านั้นมากครับ เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มจนล้น แรงดันในนั้นจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และดันน้ำปัสสาวะย้อนกลับขึ้นไปทางท่อไต (Ureter) มุ่งตรงไปยังไตของเรา

แรงดันที่สูงผิดปกตินี้จะไปทำลายเนื้อไตทีละน้อย ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงเรื่อยๆ จนเกิดภาวะไตวายเรื้อรังในระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะมันเกิดจากพฤติกรรมที่เราสามารถป้องกันได้แท้ๆ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรให้ห่างไกลจากความเสี่ยง?

ข่าวดีคือ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดจาก ปัจจัยเสี่ยงจากการกลั้นปัสสาวะ สามารถป้องกันและฟื้นฟูได้หากเราเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ หมอมีคำแนะนำง่ายๆ มาฝากครับ

  • อย่ารอให้ปวดมากๆ ค่อยไป: ฝึกเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา เช่น ทุกๆ 2 ถึง 3 ชั่วโมง แม้จะยังไม่ค่อยปวดมากก็ตาม
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยเจือจางของเสียและกระตุ้นให้เราต้องปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ เป็นการล้างแบคทีเรียออกไปในตัว
  • เลิกนิสัยติดพัน: ไม่ควรอดทนทำงาน ดูซีรีส์ หรือเล่นมือถือจนเลยเวลาปวดปัสสาวะ
  • สังเกตความผิดปกติ: หากเริ่มมีอาการปวดแสบขัด ปัสสาวะบ่อยแต่ทีละน้อย หรือมีไข้ร่วมด้วย อย่าซื้อทายากินเอง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

สุขภาพของระบบทางเดินปัสสาวะและไตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ อย่าปล่อยให้ความเร่งรีบในชีวิตประจำวันมาทำลายอวัยวะสำคัญเหล่านี้เลยครับ ปวดเมื่อไหร่ ลุกไปเข้าห้องน้ำเถอะครับ ร่างกายของคุณจะขอบคุณคุณแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down