ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องเล่าจากห้องคนไข้: ทำไมการดูดเสมหะถึงทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้?

เวลาที่หมอต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่เจาะคอ การดูดเสมหะถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญมากเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งสะอาด แต่บางครั้งเวลาที่เราใส่สายเข้าไปเพื่อเคลียร์เสมหะ ญาติอาจจะสังเกตเห็นว่ามอนิเตอร์ข้างเตียงร้องเตือน หรือตัวผู้ป่วยเองมีอาการหน้าตาตื่นตระหนก ชีพจรเต้นผิดปกติไปจากเดิม จนหลายคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

สาเหตุหลักเป็นเพราะบริเวณหลอดคอและหลอดลมของเราเต็มไปด้วยปลายประสาทเส้นใหญ่ที่ชื่อว่า เวกัสเนิร์ฟ (Vagus Nerve) ซึ่งเส้นประสาทเส้นนี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานหลายอย่างในร่างกาย รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจด้วย เมื่อสายดูดเสมหะสอดเข้าไปลึกเกินไป หรือไปกระตุ้นโดนผนังหลอดลมแรงๆ ร่างกายจะส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทนี้ ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจรวดเร็วผิดปกติ หรือบางรายอาจวูบเต้นช้าลงกะทันหันจนน่ากลัว

อันตรายแค่ไหนเมื่อหัวใจเริ่มรวนตอนกำลังดูดเสมหะ

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดขึ้นขณะดูดเสมหะนี้ ส่วนใหญ่ถ้าจัดการทันท่วงทีก็มักจะกลับมาเป็นปกติได้เร็ว แต่ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม หรือร่างกายอ่อนแอมากๆ การปล่อยให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงต่อเนื่อง อาจทำให้ความดันโลหิตตก เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญไม่พอ จนผู้ป่วยหมดสติหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายตามมาได้

สัญญาณเตือนภัยที่หมออยากให้สังเกตระหว่างทำแผลและดูดเสมหะ

  • ชีพจรเต้นเร็วหรือกระโดดข้ามจังหวะ: สังเกตจากหน้าจอเครื่องวัดสัญญาณชีพหรือการจับชีพจรที่ข้อมือ
  • ผู้ป่วยมีอาการหน้าซีดหรือเขียวคล้ำ: แสดงว่าร่างกายเริ่มได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • เหงื่อแตกพลั่กโดยไม่ทราบสาเหตุ: เป็นปฏิกิริยาของระบบประสาทอัตโนมัติที่กำลังทำงานผิดปกติ
  • ผู้ป่วยรู้สึกแน่นหน้าอกหรือเวียนหัว: หากผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดีและสื่อสารได้

วิธีป้องกันและรับมือไม่ให้หัวใจเต้นรัวขณะดูดเสมหะ

โชคดีที่เราสามารถป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเกิดขึ้นขณะดูดเสมหะได้ ด้วยเทคนิคการดูแลที่ถูกต้องจากทีมแพทย์และพยาบาล ซึ่งญาติผู้ดูแลที่บ้านก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน

เทคนิคการดูดเสมหะที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อหัวใจ

  • ให้ออกซิเจนเสริมก่อนและหลังทำ: อย่าลืมพ่นออกซิเจนให้ผู้ป่วยก่อนเริ่มดูดเสมหะเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดออกซิเจนจนไปกระตุ้นหัวใจ
  • จำกัดเวลาในการดูดแต่ละครั้ง: การใส่สายดูดและเปิดแรงดูดไม่ควรเกิน 10-15 นาทีต่อครั้ง เพื่อไม่ให้หลอดลมระคายเคืองและขาดอากาศนานเกินไป
  • เลือกขนาดสายดูดให้พอดี: ไม่ควรใช้สายดูดเสมหะที่ใหญ่เกินไป เพราะจะไปปิดกั้นทางเดินหายใจและกระตุ้นเส้นประสาทได้ง่าย
  • สังเกตสีหน้าผู้ป่วยตลอดเวลา: หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอมากผิดปกติ หรือหน้าตาตื่น ให้หยุดพักทันที อย่าฝืนทำต่อรวดเดียว

สรุปจากใจหมอ: การดูแลใกล้ชิดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

การดูดเสมหะอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยเปราะบางแล้ว ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความนุ่มนวลและความเข้าใจ การรู้เท่าทันความเสี่ยงเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะจะช่วยให้เราเตรียมรับมือและป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทันท่วงที ค่อยๆ ทำด้วยความระมัดระวัง สังเกตอาการผู้ป่วยให้ดี แค่นี้ก็ช่วยให้การดูแลคนที่เรารักที่บ้านมีความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down