ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

โรคหัดและหัดเยอรมันในเด็ก: สองโรคใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักและรับมือ

ลูกมีไข้ มีผื่น สงสัยไหมว่าเป็นหัดหรือหัดเยอรมัน?

หลายครั้งที่พ่อแม่พาเด็กๆ มาพบหมอด้วยอาการไข้สูงและมีผื่นขึ้นตามตัว คำถามยอดฮิตที่หมอมักได้รับคือ เป็นโรคหัดหรือเปล่า หรือเป็นแค่หัดเยอรมัน ทั้งสองโรคนี้ฟังชื่อดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของเชื้อก่อโรค ความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนครับ หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจไว้ เพื่อการดูแลลูกน้อยได้อย่างทันท่วงที

โรคหัด ต่างจาก หัดเยอรมัน อย่างไร?

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคครับ โรคหัด (Measles) เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มมิกโซไวรัส ซึ่งมีความรุนแรงกว่า ทำให้เกิดไข้สูงมาก ตาแดง ไอ และมีผื่นแดงกระจายตัว ในขณะที่ โรคหัดเยอรมัน (Rubella) เกิดจากเชื้อไวรัสรูเบลลา อาการมักไม่รุนแรงเท่า ไข้ไม่สูงจัด ผื่นจะมีลักษณะเฉพาะตัวและจางลงเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม โรคหัดเยอรมันจะน่ากังวลเป็นพิเศษหากเกิดกับสตรีมีครรภ์ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกในครรภ์

สังเกตอาการนำก่อนผื่นขึ้น: ดูยังไงว่าเริ่มป่วย

  • โรคหัด: เริ่มจากไข้สูง ไอมาก ตาแดงก่ำ และมีจุดขาวเล็กๆ คล้ายเม็ดทรายในกระพุ้งแก้ม (Koplik's spots) ก่อนที่ผื่นจะเริ่มขึ้นจากใบหน้าและลามลงมาตามตัว
  • โรคหัดเยอรมัน: อาการไข้จะต่ำกว่า มีอาการต่อมน้ำเหลืองหลังใบหูหรือท้ายทอยโตและเจ็บ ผื่นมักขึ้นหน้าแล้วลามเร็วมาก แต่ระยะเวลาของผื่นจะสั้นกว่าหัดปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

สำหรับโรคหัด ความน่ากลัวอยู่ที่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หรือในกรณีที่ร้ายแรงอาจเกิดสมองอักเสบได้ ส่วนหัดเยอรมัน แม้เด็กมักหายเองได้ แต่ความเสี่ยงสำคัญคือการแพร่เชื้อให้คนรอบข้างโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ หากลูกมีอาการซึมลง หายใจหอบเหนื่อย หรือไข้สูงไม่ลดเกิน 3 วัน ควรพาลูกมาพบหมอเพื่อประเมินอาการทันที

การป้องกันด้วยวัคซีน: ทางออกที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงคือการพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ตามกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ซึ่งเข็มแรกจะได้รับเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน และเข็มที่สองช่วงอายุ 2-4 ปี การฉีดวัคซีนครบถ้วนช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดและลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้อย่างมากครับ

ดูแลลูกน้อยอย่างไรเมื่อป่วยที่บ้าน

หากเด็กได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าป่วย ให้เน้นการดูแลตามอาการเป็นหลัก ดังนี้

  • ให้ดื่มน้ำสะอาดและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวของเด็ก
  • หมั่นเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
  • แยกของใช้และจำกัดการคลุกคลีกับผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในช่วงที่ยังมีผื่น

หมออยากย้ำว่า แม้ทั้งสองโรคจะดูน่ากลัว แต่ถ้าเรามีความเข้าใจและดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กส่วนใหญ่มักจะหายจากโรคได้เองโดยไม่มีปัญหาแทรกซ้อนครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down