ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงสังเกตเห็นลูกน้อยตื่นมาตอนเช้าแล้วจามฮัดชิ้ว น้ำมูกใสไหลย้อย หรือบ่นคันตาคันจมูกอยู่บ่อยๆ จนคิดว่าเป็นหวัดเรื้อรัง เดี๋ยวก็เป็นเดี๋ยวก็หาย รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาดเสียที ในฐานะหมอเด็กที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่ทุกวัน อยากบอกว่าอาการเหล่านี้บ่อยครั้งไม่ใช่หวัดธรรมดา แต่อาการกวนใจเหล่านี้คือสัญญาณของโรคภูมิแพ้อากาศในเด็ก ที่กำลังกวนใจสมาชิกตัวน้อยในบ้านเราอยู่ครับ
ทำความรู้จักเจ้าโรคภูมิแพ้อากาศในเด็ก ว่ามันคืออะไรกันแน่
โรคภูมิแพ้อากาศ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดจากการที่เยื่อบุจมูกของเด็กมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวมากกว่าปกติ เมื่อลูกหายใจเอาฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปสัมผัส ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กจะเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผู้บุกรุกที่เป็นอันตราย จึงปล่อยสารเคมีออกมาต่อสู้ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และผลิตน้ำมูกออกมาเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นอาการจาม คัดจมูก ที่เราเห็นกันจนชินตา
สังเกตอาการลูกน้อย แบบไหนถึงเข้าข่ายโรคภูมิแพ้อากาศในเด็ก
อาการของเด็กที่เป็นภูมิแพ้อากาศมักจะมีความจำเพาะเจาะจงต่างจากหวัดทั่วไป สังเกตได้ง่ายๆ จากจุดเหล่านี้ครับ
- จามติดๆ กันตอนเช้า: ตื่นนอนมาปุ๊บต้องจามฮัดชิ้วหลายๆ ครั้งติดต่อกัน หรือเป็นเวลาเดิมๆ ทุกวัน
- น้ำมูกใสไหลไม่ขาดสาย: มักจะเป็นน้ำมูกใสเหมือนน้ำ ไม่ใช่สีเหลืองข้นเขียวแบบเวลาติดเชื้อไวรัส
- คัดจมูกหายใจไม่ออก: โดยเฉพาะเวลานอน ลูกมักจะหายใจครืดคราด อ้าปากหายใจ หรือกรนเบาๆ
- คันตา คันจมูก ขยี้ตาบ่อย: เด็กจะชอบเอามือขยี้จมูก ดันจมูกขึ้นด้านบนบ่อยๆ จนเกิดรอยย่นขวางที่สันจมูก
- ใต้ตาดำคล้ำ: หรือที่หมอชอบเรียกว่าภูมิแพ้เบ้าตา เกิดจากการไหลเวียนเลือดรอบดวงตาไม่สะดวกเพราะคัดจมูกเรื้อรัง
สิ่งกระตุ้นตัวร้ายรอบตัวเด็ก ที่ต้องรีบกำจัด
การรักษาโรคภูมิแพ้อากาศในเด็กให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่แค่การกินยาแก้แพ้ไปเรื่อยๆ แต่คือการตามหาและหลีกเลี่ยงตัวการที่กระตุ้นอาการแพ้ครับ
- ไรฝุ่นในห้องนอน: ศัตรูตัวฉกาจที่ซ่อนอยู่ตามที่นอน หมอน ตุ๊กตาผ้า และพรม
- สัตว์เลี้ยงในบ้าน: ขน รังแค หรือน้ำลายจากน้องแมวและน้องหมา
- ควันบุหรี่และมลพิษ: ควันธูป ควันรถยนต์ และฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ
- อากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน: ห้องแอร์ที่เย็นจัดสลับกับอากาศร้อนชื้นข้างนอก หรือลมพัดโกรกแรง
วิธีดูแลและรักษาโรคภูมิแพ้อากาศในเด็กฉบับคุณหมอ
เมื่อลูกมีอาการแพ้กำเริบ แนวทางการดูแลรักษาของแพทย์จะแบ่งออกเป็นขั้นตอนเพื่อให้ลูกน้อยกลับมาหายใจโล่งสบายได้อย่างปลอดภัย
การปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กให้ปลอดสารก่อภูมิแพ้
เริ่มจากการซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนทุกๆ สัปดาห์ เพื่อกำจัดไรฝุ่น งดใช้ตุ๊กตาขนฟูในห้องนอน เลี่ยงการเลี้ยงสัตว์ที่มีขนในบ้าน และเปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก รวมถึงการใช้เครื่องฟอกอากาศแผ่นกรองเฮปปาช่วยลดฝุ่นในห้องนอนของลูก
การใช้ยาแก้แพ้และยาล้างจมูกอย่างถูกวิธี
หากอาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์อาจพิจารณาให้กินยาแก้แพ้กลุ่มที่ไม่ง่วงนอนเพื่อไม่ให้กระทบกับการเรียน หรือใช้สเปรย์พ่นจมูกที่มีตัวยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ขนาดต่ำ ซึ่งปลอดภัยสูงและออกฤทธิ์เฉพาะที่ นอกจากนี้ การฝึกให้ลูกล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำจะช่วยชะล้างน้ำมูกและสิ่งสกปรกออกไปได้อย่างดีเยี่ยม
อาการแบบไหนของโรคภูมิแพ้อากาศในเด็ก ที่ต้องรีบพามาพบแพทย์ด่วน
คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาพบกุมารแพทย์ด้านภูมิแพ้ทันที หากสังเกตว่าลูกมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย หายใจมีเสียงวี้ด เจ็บแน่นหน้าอก หรืออาการคัดจมูกรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและการเจริญเติบโต เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและวางแผนการรักษาในระยะยาว เช่น การทำทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือการใช้วัคซีนภูมิแพ้ครับ