ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมความปลอดภัยทางอารมณ์ถึงสำคัญกับลูกมากกว่าที่คิด

หลายครั้งที่หมอตรวจเด็กๆ ในคลินิก แล้วพบว่าพฤติกรรมบางอย่างที่ดูเหมือนจะแก้ไขยาก จริงๆ แล้วมีรากฐานมาจากสิ่งที่เขาเจอในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของสภาวะแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยทางอารมณ์ หลายคนเข้าใจผิดว่าเด็กยังเล็กไม่รู้เรื่องอะไร แต่ในความเป็นจริง สมองของเด็กนั้นเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับความรู้สึก บรรยากาศ และวิธีการโต้ตอบจากคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา

บ้านแบบไหนที่เรียกว่าไม่ปลอดภัยทางอารมณ์

ความไม่ปลอดภัยที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายร่างกายเสมอไป แต่มันคือสภาวะที่เด็กได้รับความกระทบกระเทือนทางใจซ้ำๆ จนเขารู้สึกระแวง ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง หรือต้องคอยอ่านอารมณ์ของผู้ใหญ่ตลอดเวลา เช่น การถูกตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรง การเปรียบเทียบกับพี่น้องคนอื่น การที่พ่อแม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา หรือการที่เด็กต้องโตมาท่ามกลางความขัดแย้งที่ไร้ทางออก สิ่งเหล่านี้คือตัวเร่งที่ทำให้เกิด ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กจากการเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยทางอารมณ์ ได้อย่างง่ายดาย

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตจากลูก

เมื่อเด็กต้องแบกรับความไม่มั่นคงในใจ ร่างกายและพฤติกรรมมักจะฟ้องออกมาให้เราเห็นครับ หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ อย่ามองข้ามว่าเขาแค่เอาแต่ใจหรือนิสัยเสีย

  • มีอาการวิตกกังวลสูง หรือหวาดกลัวสิ่งที่ไม่ควรกลัวจนเกินเหตุ
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย โกรธง่าย หรือร้องไห้ฟูมฟายโดยหาสาเหตุไม่ได้
  • มีปัญหาในการเข้าสังคม ไม่กล้ามีเพื่อน หรือเก็บตัวผิดปกติ
  • ผลการเรียนแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีสมาธิจดจ่อ
  • เจ็บป่วยบ่อยโดยหาสาเหตุทางกายไม่ได้ เช่น ปวดท้องหรือปวดหัวเวลาต้องไปโรงเรียน

ผลกระทบระยะยาวหากปล่อยทิ้งไว้นาน

หากสภาวะแวดล้อมไม่ถูกปรับเปลี่ยน สมองของเด็กที่ควรจะพัฒนาในส่วนของการเรียนรู้และเหตุผล กลับต้องไปจดจ่อกับการเอาตัวรอดจากความเครียดแทน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวลเรื้อรัง ไปจนถึงการขาดความมั่นใจในตัวเองเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าหรือโลกนี้ไม่น่าไว้วางใจจะกลายเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เขาสร้างความสัมพันธ์กับใครได้ยากลำบาก

วิธีสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

การแก้ไขไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการสื่อสารในครอบครัว

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: ให้พื้นที่เขาได้ระบายความรู้สึก โดยที่เราเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่รีบด่วนสรุปหรือซ้ำเติม
  • สร้างระเบียบด้วยความรักไม่ใช่ความกลัว: การตั้งกฎกติกาเป็นเรื่องดี แต่ต้องใช้การพูดคุยและเหตุผลแทนการใช้อารมณ์ข่มขู่
  • ให้ความมั่นคงทางใจ: บอกให้เขารู้ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจะมีเราที่พร้อมจะปกป้องและอยู่ข้างๆ เสมอ
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากปัญหานั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างหนัก การพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้ลูกผ่านวิกฤตนี้ไปได้เร็วขึ้น

การสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย คือของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ลูกได้ เพื่อให้เขามีต้นทุนทางใจที่แข็งแรงพอจะไปเผชิญโลกภายนอกครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down