นั่งนานแล้วปวดเข่า ขยับทีมีเสียงก๊อกแก๊ง สัญญาณเตือนที่หมออยากให้สังเกต
เวลาตรวจคนไข้ที่มีอาการปวดเข่า สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะเจอร่วมด้วยเสมอก็คือ การไหลเวียนโลหิตรอบข้อเข่าลดลง หลายคนอาจจะสงสัยว่า เลือดไปเลี้ยงเข่าน้อยลงเนี่ย มันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ หมออยากให้ลองนึกภาพตามง่ายๆ ครับว่า ข้อเข่าของเราก็เหมือนเครื่องยนต์กลไกชิ้นหนึ่ง ที่ต้องมีน้ำมันเครื่องคอยหล่อลื่นและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออยู่ตลอดเวลา
เมื่ออายุมากขึ้น หรือเรามีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายข้อเข่าโดยไม่รู้ตัว เส้นเลือดฝอยเล็กๆ ที่มาหล่อเลี้ยงรอบข้อต่อและเนื้อเยื่อรอบๆ เริ่มตีบแคบลง เลือดจึงไหลเวียนไปส่งออกซิเจนและสารอาหารได้ไม่เต็มที่ พอเข่าขาดสารอาหารและความชุ่มชื้น ก็เริ่มฝ่อ ขาดความยืดหยุ่น และนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเสื่อม ปวดตึงเรื้อรังในที่สุด
ทำไมเลือดถึงไปเลี้ยงหัวเข่าได้น้อยลง เกิดจากอะไรบ้าง?
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้การไหลเวียนเลือดรอบเข่าเราแย่ลง มีอยู่ไม่กี่เรื่องครับ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากวิถีชีวิตประจำวันของเรานี่เอง
- นั่งทำงานท่าเดิมนานเกินไป: พนักงานออฟฟิศที่นั่งไขว่ห้างหรือนั่งงอเข่าติดกันหลายชั่วโมง ทำให้เส้นเลือดหลังเข่าถูกกดทับ เลือดลมเดินไม่สะดวก
- น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: ตัวเลขบนตาชั่งที่มากเกินไป ทำให้แรงกดทับลงที่ข้อเข่ามหาศาล เส้นเลือดบริเวณนั้นจึงถูกบีบอัดจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก
- ขาดการขยับเขยื้อนร่างกาย: คนที่ไม่ค่อยชอบเดินหรือออกกำลังกาย กล้ามเนื้อรอบเข่าจะไม่ได้หดตัวเพื่อช่วยปั๊มเลือดกลับสู่หัวใจ เลือดจึงไปกองอยู่บริเวณนั้นน้อยลง
- ความเสื่อมตามวัย: เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน หลอดเลือดทั่วร่างกายเริ่มมีความแข็งตัวและยืดหยุ่นน้อยลง รวมถึงหลอดเลือดรอบข้อเข่าด้วย
เช็กด่วน อาการแบบนี้แปลว่าเลือดไปเลี้ยงเข่าน้อยลงหรือยัง?
เวลาที่การไหลเวียนโลหิตรอบข้อเข่าลดลง ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างออกมาให้เราพอรู้ตัวครับ ลองเช็กตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้ไหม
- ตึงหัวเข่ามากเป็นพิเศษช่วงตื่นนอนตอนเช้า หรือหลังจากนั่งท่าเดิมนานๆ แล้วลุกขึ้นยืน
- รู้สึกว่าเข่าเย็นกว่าอวัยวะส่วนอื่นในร่างกาย เหมือนเลือดลมเดินไม่ค่อยดี
- เวลาขยับเข่าแล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ หรือรู้สึกเหมือนเข่าติดขัดไม่ลื่นไหล
- เวลาเดินหรือขึ้นบันไดแล้วรู้สึกปวดตึงรอบสะบ้าเข่าแบบอธิบายไม่ถูก
วิธีฟื้นฟูเส้นเลือดรอบเข่า ปลุกเลือดลมให้กลับมาไหลเวียนดีอีกครั้ง
ข่าวดีคือ ปัญหานี้สามารถดูแลและบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน โดยที่เราไม่ต้องพึ่งยาอะไรมากมายเลยครับ
ลุกขึ้นขยับเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ หนึ่งชั่วโมง
สำหรับคนที่ต้องนั่งโต๊ะทำงานนานๆ ให้หาเวลาลุกขึ้นยืน เดินยืดเส้นยืดสายบ้าง การขยับข้อเข่าไปมาช่วยให้กล้ามเนื้อรอบเข่าได้ทำงาน และช่วยกระตุ้นการสูบฉีดของเลือดได้เป็นอย่างดี
ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน
การปั่นจักรยานอากาศ การว่ายน้ำ หรือการเดินเร็ว เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากในการเพิ่มการไหลเวียนเลือดมาที่เข่า โดยที่ไม่เป็นการทำลายข้อเข่าเหมือนกับการวิ่งหรือการกระโดด
ประคบอุ่นเพื่อขยายหลอดเลือด
หากมีอาการตึงรอบเข่า การใช้แผ่นประคบอุ่นหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบครั้งละ 15 ถึง 20 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดบริเวณนั้นขยายตัว เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงได้ดีขึ้น และช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบเข่าไปในตัว
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
การลดน้ำหนักลงแม้เพียงเล็กน้อย ก็ช่วยลดแรงกดทับที่ข้อเข่าลงได้มหาศาล ทำให้หลอดเลือดรอบเข่าไม่ต้องทำงานหนักภายใต้แรงกดดัน และเลือดลมไหลเวียนได้คล่องตัวขึ้น
อาการปวดเข่าแบบไหนที่ควรไปหาหมอตรวจเช็กอย่างละเอียด
แม้ว่าการไหลเวียนเลือดที่ลดลงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามวัยและพฤติกรรม แต่ถ้าเริ่มมีอาการรุนแรงเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินข้อเข่าอย่างจริงจังครับ
- ข้อเข่าบวม แดง ร้อน หรือมีอาการอักเสบชัดเจน
- ปวดเข่ารุนแรงจนเดินไม่ไหว หรือลงน้ำหนักที่ขาข้างนั้นไม่ได้เลย
- เข่ามีอาการโก่งผิดรูป หรือรู้สึกว่าเข่าหลวมไม่มั่นคงเวลาเดิน
- อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยแม้จะพักผ่อนและดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วหลายสัปดาห์