ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดูไม่อยากไปโรงเรียน เป็นสัญญาณเตือนเรื่องความสัมพันธ์ที่พ่อแม่ควรรู้

หลายครั้งที่หมอตรวจเด็กๆ ในห้องตรวจ มักพบว่าเด็กที่บ่นปวดท้องหรือปวดหัวเวลาจะไปโรงเรียนบ่อยๆ ส่วนใหญ่มักไม่ได้ป่วยด้วยโรคทางกายจริงๆ แต่เกิดจากความเครียดสะสมจากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูและเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจมองข้ามไปเพราะคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ของเด็ก

ทำไมความสัมพันธ์กับครูถึงมีอิทธิพลต่อพัฒนาการลูก

ในมุมมองของเด็ก ครูเปรียบเสมือนตัวแทนของอำนาจและการยอมรับ หากเด็กคนไหนรู้สึกว่าถูกครูดุบ่อยเกินไป ถูกตำหนิแรงๆ หรือรู้สึกว่าครูไม่เข้าข้างเวลาที่เขามีปัญหา ความมั่นใจในตัวเองของเขาจะลดต่ำลงทันที

  • ความรู้สึกไม่ปลอดภัย: หากครูใช้อารมณ์ในการสอน เด็กจะเข้าสู่โหมดป้องกันตัว ทำให้สมองไม่พร้อมรับการเรียนรู้
  • การเปรียบเทียบ: การที่ครูเปรียบเทียบเด็กคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง เป็นตัวทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนและสร้างปมด้อยในใจเด็ก

เมื่อเพื่อนที่โรงเรียนกลายเป็นอุปสรรคในการเติบโต

ช่วงวัยเรียนคือช่วงเวลาที่เพื่อนมีความสำคัญที่สุด แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ลูกมักจะเก็บตัวเงียบไม่กล้าบอกพ่อแม่ ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูและเพื่อนร่วมชั้น ในส่วนของเพื่อน มักมาในรูปแบบของการถูกกีดกัน การแกล้งกัน หรือการไม่ยอมรับในกลุ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต

วิธีสังเกตว่าลูกกำลังเจอปัญหาเพื่อนไม่ยอมรับ

  • ลูกพูดถึงเพื่อนด้วยคำลบๆ หรือดูหวาดระแวงเพื่อนกลุ่มเดิมเสมอ
  • มีอาการซึมเศร้า ไม่อยากทำกิจกรรมร่วมกับใคร
  • ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะมัวแต่กังวลเรื่องการเข้าสังคม

วิธีช่วยลูกก้าวผ่านความขัดแย้งในโรงเรียนอย่างเข้าใจ

พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องบุกไปโรงเรียนเพื่อจัดการทุกคนทันที แต่สิ่งที่ควรทำคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้ระบายความรู้สึก

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: ให้ลูกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเราทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีที่สุด
  • สอนทักษะการปฏิเสธและการสื่อสาร: ช่วยลูกฝึกพูดโต้ตอบในสถานการณ์ที่เขารู้สึกอึดอัด
  • สื่อสารกับครูอย่างสร้างสรรค์: หากปัญหาเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ให้ปรึกษาครูประจำชั้นด้วยท่าทีที่ต้องการหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การไปตำหนิ

เมื่อไหร่ที่ควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ

หากพยายามปรับจูนแล้วแต่ลูกยังคงมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย กัดเล็บ หรือเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง หรือทำร้ายตัวเอง การพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อประเมินสภาวะทางอารมณ์ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกกลับมามีความสุขกับการไปโรงเรียนได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down