ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหม ที่มีอาการเจ็บเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด หรือบางครั้งก็มีเลือดปนออกมาคล้ายริดสีดวง ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงปัญหาลำไส้ทั่วไป แต่เคยสงสัยไหมว่า อาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่ท้องผูก หรือริดสีดวงอย่างที่คิดเสมอไป

วันนี้ คุณหมอจะพามาทำความรู้จักกับ “การติดเชื้อหนองในที่ทวารหนัก” หรือ Anal Gonorrhea ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการเจ็บเบ่งที่ก้น ที่หลายคนอาจมองข้ามไป เพราะอาการที่คล้ายคลึงกับโรคทางเดินอาหารอื่นๆ อย่างน่าตกใจ

หนองในทวารหนัก... คืออะไรกันแน่?

หนองในทวารหนักก็คือการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดหนองในที่อวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือลำคอ เพียงแต่คราวนี้เชื้อดันไปอาศัยอยู่ที่บริเวณทวารหนักและลำไส้ส่วนปลายแทน ซึ่งมักจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเป็นหลัก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แอบแฝงอยู่

หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยทั่วโลก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด หรือมีรสนิยมทางเพศแบบไหน หากมีพฤติกรรมเสี่ยงก็มีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งสิ้น สิ่งสำคัญคืออาการของโรคนี้มักไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อและอาจแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ

อาการแบบไหนที่บอกว่า... อาจไม่ใช่แค่อาการท้องผูกหรือริดสีดวง?

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยหนองในทวารหนักมาหาคุณหมอด้วยอาการที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ หรือเป็นริดสีดวงทวารทั่วไป ทำให้การวินิจฉัยเบื้องต้นอาจจะสับสนได้ง่าย แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีสัญญาณบางอย่างที่แตกต่างออกไป

สัญญาณเตือนที่ทวารหนัก... ต้องสังเกตให้ดี

  • อาการเจ็บเบ่ง ถ่ายไม่สุด หรือปวดเวลาถ่ายอุจจาระ: นี่คืออาการสำคัญที่นำไปสู่การสงสัยในโรคนี้ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดหน่วง หรือเจ็บมากขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ เหมือนมีอะไรค้างอยู่ และรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุดแม้จะพยายามเบ่งหลายครั้งแล้วก็ตาม อาการปวดนี้อาจรุนแรงกว่าการปวดจากท้องผูกธรรมดา
  • มีมูกหรือหนองไหลออกจากทวารหนัก: บางรายอาจสังเกตเห็นของเหลวขุ่นๆ มีสีเหลือง เขียว หรือขาวขุ่นคล้ายหนองไหลออกมาจากทวารหนัก หรือปนมากับอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อที่รุนแรง
  • เลือดออกทางทวารหนัก: อาจมีเลือดสดๆ ปนออกมากับอุจจาระ หรือมีเลือดติดกระดาษชำระ ซึ่งอาจคล้ายกับอาการของริดสีดวงทวาร
  • คัน หรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก: รู้สึกคันอย่างรุนแรง บวมแดง หรือมีอาการระคายเคืองรอบๆ รูทวารหนัก
  • ท้องเสียผิดปกติ: ในบางรายอาจมีอาการท้องเสียเรื้อรัง หรือมีอาการถ่ายเหลวบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

ทำไมบางคนถึงไม่มีอาการเลย?

น่าตกใจที่ผู้ป่วยหนองในทวารหนักจำนวนมาก ไม่มีอาการใดๆ เลย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยที่สังเกตได้ยาก ทำให้เชื้อสามารถอยู่ในร่างกายได้นานโดยไม่ได้รับการรักษา และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว นี่คือเหตุผลที่ทำให้โรคนี้แพร่กระจายได้ง่าย และเป็นสาเหตุให้คนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเลย แต่มีคู่นอนที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ สามารถติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว

ติดเชื้อหนองในทวารหนักได้อย่างไร?

สาเหตุหลักของการติดเชื้อหนองในที่ทวารหนักคือ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก โดยไม่มีการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่ ออรัลเซ็กส์ (ปากสัมผัสทวารหนัก) หรือแม้แต่การสัมผัสของเหลวจากอวัยวะเพศที่มีเชื้อหนองในไปโดนบริเวณทวารหนักโดยตรงก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้

ปล่อยไว้นานจะเป็นอะไรไหม? ผลกระทบที่ตามมา

การปล่อยให้หนองในทวารหนักไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าที่คิด

  • การแพร่กระจายเชื้อ: เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น กระแสเลือด ข้อต่อ หรือแม้กระทั่งเยื่อหุ้มสมอง
  • ภาวะแทรกซ้อนในผู้หญิง: ในผู้หญิง เชื้อหนองในที่ทวารหนักอาจแพร่กระจายไปที่ปากมดลูกและอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก หรือท้องนอกมดลูกได้
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV: การมีแผลหรือการอักเสบจากการติดเชื้อหนองในที่บริเวณทวารหนัก จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้ง่ายขึ้น หากได้รับเชื้อเข้ามา
  • ภาวะติดเชื้อเรื้อรังและอาการปวด: หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง หรือเกิดพังผืดในลำไส้ได้

คุณหมอจะตรวจและวินิจฉัยโรคได้อย่างไร?

เมื่อคุณมาพบคุณหมอด้วยอาการน่าสงสัย คุณหมอจะซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติทางเพศสัมพันธ์ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกาย และอาจมีการเก็บตัวอย่างจากบริเวณทวารหนัก (Rectal Swab) เพื่อส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อ การตรวจนี้มีความแม่นยำสูงและเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย

การรักษา... ทำอย่างไรให้หายขาด?

หนองในทวารหนักสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คุณหมอจะสั่งยาที่เหมาะสมให้ โดยอาจเป็นยาฉีด หรือยากิน หรือทั้งสองอย่างรวมกัน สิ่งสำคัญคือ ต้องรับประทานยาให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อถูกกำจัดไปจนหมด และป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา

อย่าลืมบอกคู่นอนของคุณด้วยนะ

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองในทวารหนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณควรแจ้งให้คู่นอนปัจจุบันและคู่นอนในอดีต (ในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง) ไปเข้ารับการตรวจและรักษาด้วย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อต่อ และป้องกันการติดเชื้อซ้ำในตัวคุณเอง

ป้องกันไว้ก่อน... ดีที่สุดเสมอ

การป้องกันหนองในทวารหนักก็เช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

  • ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้ง: เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และเลือกใช้ถุงยางที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลายคน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย: การลดจำนวนคู่นอนจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยง
  • พูดคุยกับคู่นอน: การสื่อสารอย่างเปิดอกเกี่ยวกับประวัติสุขภาพและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อไหร่ที่ควรรีบมาพบคุณหมอทันที?

หากคุณมีอาการปวดเบ่งที่ทวารหนักผิดปกติ มีหนองหรือมูกไหลออกมา เลือดออก หรือมีอาการอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น และสงสัยว่าอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อหนองในทวารหนัก อย่าลังเลที่จะรีบมาพบคุณหมอทันที การตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างรวดเร็ว จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและทำให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดีได้เร็วขึ้น

จำไว้ว่าสุขภาพของคุณคือสิ่งสำคัญ การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และไม่มองข้ามสัญญาณผิดปกติของร่างกาย คือก้าวแรกสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ