เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็ก: ทำไมผู้สูงอาืยุถึงปวดแสบเวลาเข้าห้องน้ำบ่อยจัง?
หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่ หรือคุณปู่คุณย่าบ่นอุบอิบเวลาเดินเข้าห้องน้ำว่า มีอาการแสบขัด ขัดเบา หรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด ลูกหลานหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่ที่ร่างกายเสื่อมถอยไปตามวัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะปัสสาวะแสบขัดในผู้สูงอายุ มักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบอกว่าระบบทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่
ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้สูงอายุอยู่ทุกวัน ผมมักจะพบว่าอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพวกท่านค่อนข้างมาก บางคนเครียดจนไม่อยากดื่มน้ำ เพราะไม่อยากลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ซึ่งพฤติกรรมนี้ยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก เรามาดูกกันดีกว่าว่าอะไรคือต้นตอของเรื่องนี้ และเราจะช่วยดูแลคนที่เรารักอย่างไรดี
สาเหตุที่แท้จริง: ทำไมผู้สูงอายุถึงมักเจอโรคปัสสาวะแสบขัด
ระบบทางเดินปัสสาวะของผู้สูงอายุมีความเปราะบางและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดอาการแสบขัดมีอยู่หลายประการด้วยกัน:
- การติดเชื้อแบคทีเรีย: นี่คือตัวการอันดับหนึ่ง เชื้อโรคสามารถเล็ดลอดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ลดลง หรือปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะ
- ต่อมลูกหมากโตในคุณผู้ชาย: เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมลูกหมากจะโตขึ้นไปเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไหลไม่สะดวก ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน จนกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
- ภาวะช่องคลอดฝ่อหรือแห้งในคุณผู้หญิง: ฮอร์โมนที่ลดลงหลังหมดประจำเดือนทำให้เนื้อเยื่อรอบท่อปัสสาวะบางและอักเสบได้ง่าย
- โรคนิ่วและเบาหวาน: ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีน้ำตาลในปัสสาวะสูง จะเป็นเหยื่ออันโอชะของเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น รวมถึงการมีนิ่วไปขวางทางเดินปัสสาวะด้วย
สังเกตอย่างไรว่านี่คืออาการผิดปกติที่ต้องใส่ใจ
อาการปัสสาวะแสบขัดไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มักจะมีเพื่อนร่วมทางที่คอยสร้างความรำคาญและทรมานใจให้กับผู้สูงอายุเสมอ อาการที่ต้องคอยสังเกตให้ดีมีดังนี้:
- รู้สึกแสบ ร้อน หรือเจ็บแปล๊บตรงปลายท่อปัสสาวะขณะที่กำลังทำธุระ
- ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยตลอดเวลา เหมือนปัสสาวะไม่สุดสักที
- อยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่พอไปยืนเบ่งจริงๆ กลับออกทีละนิดเดียว
- ลักษณะของปัสสาวะเปลี่ยนไป เช่น ขุ่น มีกลิ่นฉุนจัด หรือมีเลือดปนมาด้วย
วิธีดูแลและบรรเทาอาการเบื้องต้นที่บ้าน
หากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการไม่สู้ดีนัก ลูกหลานสามารถช่วยบรรเทาความทรมานเบื้องต้นได้ด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้:
- ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น: ยกเว้นในกรณีที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ การดื่มน้ำสะอาดช่วยเจือจางความเข้มข้นของปัสสาวะและขับแบคทีเรียออก
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มระคายเคือง: งดชา กาแฟ น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะให้อักเสบหนักขึ้น
- รักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี: สอนหรือช่วยผู้สูงอายุทำความสะอาดจากหน้าไปหลังเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักลามมาที่ท่อปัสสาวะ
- อย่ากลั้นปัสสาวะ: เมื่อรู้สึกปวดควรให้ท่านไปเข้าห้องน้ำทันที ไม่ควรปล่อยให้รอนาน
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบพาไปหาหมอทันที
มีหลายครั้งที่การดูแลที่บ้านไม่เพียงพอ และอาจอันตรายถึงชีวิตหากปล่อยทิ้งไว้ หากผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการเด็ดขาด:
- มีไข้สูง หนาวสั่น หรือมีอาการปวดหลังส่วนล่างร่วมด้วย ซึ่งอาจแสดงว่าเชื้อโรคได้ลุกลามขึ้นไปถึงไตแล้ว
- ปัสสาวะไม่ออกเลยแม้จะปวดมาก ท้องน้อยป่องตึง
- มีเลือดสดปนออกมากับปัสสาวะอย่างเห็นได้ชัด
- ซึมลง อ่อนเพลีย หรือสับสน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในผู้สูงอายุ
ท้ายที่สุดนี้ เรื่องระบบขับถ่ายในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพูดถึง การหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ และพามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาส สาเหตุที่แท้จริง จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หายจากความทรมานและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน