ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราอุ้มเจ้าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน สังเกตไหมว่าบางทีลูกก็หายใจเร็วขึ้นมาเฉยๆ หรือผิว เดี๋ยวก็แดงเดี๋ยวก็ซีด ทั้งที่อยู่ในห้องที่อุณหภูมิปกติ อาการเหล่านี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ใจหายวาบและกังวลว่าลูกกำลังเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ในฐานะหมอเด็กที่เจอคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาด้วยความกังวลใจแบบนี้บ่อยๆ วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจกับระบบควบคุมอัตโนมัติในร่างกายของทารกกันครับ

ระบบควบคุมอัตโนมัติในตัวลูกน้อยทำงานอย่างไร ทำไมถึงยังรวนได้ง่าย

ร่างกายของทารกแรกเกิดเปรียบเสมือนเครื่อง A.I. รุ่นจิ๋วที่เพิ่งเปิดใช้งาน ระบบต่างๆ ยังอยู่ในช่วงปรับตัว โดยเฉพาะระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานที่อยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ เช่น การเต้นของหัวใจ การหายใจ การย่อยอาหาร และการปรับอุณหภูมิร่างกาย

ในวัยทารกนี้ ระบบประสาทดังกล่าวยังเติบโตไม่เต็มที่ เปรียบเสมือนสายไฟที่ยังหุ้มฉนวนไม่สมบูรณ์ สัญญาณที่ส่งไปมาระหว่างสมองและอวัยวะต่างๆ จึงอาจมีสะดุดหรือตอบสนองไวเกินไปบ้าง จนเกิดเป็นอาการแปลกๆ ที่ทำให้ตกอกตกใจกันบ่อยๆ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่เรียกว่าความผิดปกติของการทำงานระบบประสาทอัตโนมัติ

ภาวะนี้ไม่ได้โรคหรือความผิดปกติที่อันตรายถึงชีวิตเสมอไป แต่เป็นความไม่สมบูรณ์ของการทำงานชั่วคราว อาการที่หมอพบได้บ่อยและมักทำให้คุณแม่รีบพามาหาหมอ มีดังนี้

  • การหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ: บางทีลูกนอนหลับแล้วหายใจเร็วสลับช้า หรือหยุดหายใจไปแป๊บเดียวแล้วกลับมาหายใจแรงเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ในทารก แต่ต้องแยกแยะให้ออกจากการหยุดหายใจที่ผิดปกติจริงๆ
  • การไหลเวียนเลือดที่ผิวหนังยังปรับตัวไม่ดี: ผิวของลูกอาจจะมีสีไม่เท่ากัน เช่น ครึ่งตัวแดง ครึ่งตัวซีดเวลาตะแคงตัวนอน ซึ่งเกิดจากการหดและขยายตัวของหลอดเลือดฝอยที่ยังทำงานได้ไม่นิ่ง
  • เหงื่อออกมากผิดปกติหรือตัวอุ่นร้อน-เย็นสลับกัน: ระบบควบคุมอุณหภูมิยังไม่นิ่ง ทำให้บางทีลูกเหงื่อซึมที่หัวเยอะมากเวลานอน หรือมือเท้าเย็นเฉียบทั้งที่อากาศไม่ได้หนาว

เมื่อไหร่ควรสังเกตอาการใกล้ชิด และเมื่อไหร่ควรพามาพบแพทย์ทันที

โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองเมื่อลูกอายุมากขึ้นและระบบประสาทเติบโตทัน แต่ถ้าหากมีอาการร่วมเหล่านี้ เช่น น้ำหนักไม่ขึ้น ตัวเขียวคล้ำขณะให้นม หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นไม่ใช่ภาวะปกติของการทำงานระบบประสาทอัตโนมัติทั่วไปแล้วครับ ควรต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากกุมารแพทย์

การดูแลลูกน้อยในยามที่ระบบร่างกายยังปรับตัวไม่เข้าที่

สิ่งสำคัญที่สุดคือความใจเย็นของคุณพ่อคุณแม่ การพยายามสังเกตและบันทึกอาการของลูก เช่น เกิดขึ้นนานแค่ไหน มีปัจจัยอะไรกระตุ้นไหม จะช่วยหมอได้มากเวลามาตรวจเช็กสุขภาพ

การจัดสิ่งแวดล้อมให้ลูกน้อยนอนหลับในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่ห่อตัวแน่นจนเกินไป และดูแลให้ได้รับนมอย่างเพียงพอ จะช่วยส่งเสริมให้พัฒนาการของระบบประสาทและร่างกายเติบโตไปตามวัยได้อย่างราบรื่นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down