ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยปลายนิ้ว หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าเวลาที่ชีวิตมีเรื่องเครียดๆ เหนื่อยล้า หรือต้องเจอกับความกดดันต่างๆ การหยิบมือถือขึ้นมาไถฟีดข่าวสาร หรือการเปิดเกมขึ้นมาเล่นสักตา คือทางออกแรกๆ ที่เรานึกถึง บางทีมันก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้ลืมเรื่องไม่สบายใจไปชั่วขณะ แต่เคยไหมที่การพักใจแบบนี้ เริ่มจะกินเวลาส่วนอื่นของชีวิตไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าเราขาดมันไม่ได้ และยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมหากไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้?

ในฐานะคุณหมอที่ดูแลเรื่องสุขภาพจิตใจ วันนี้อยากจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมเราถึงเลือกใช้โซเชียลมีเดียและเกมเป็นที่หลบหนีความเครียด และเมื่อไหร่ที่เราควรเริ่มตั้งคำถามกับพฤติกรรมนี้ เพื่อหาทางออกที่ดีและยั่งยืนกว่าเดิม

ทำไมเวลาเครียด เราถึงชอบซ่อนตัวในโลกออนไลน์หรือเกม?

เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมองหาอะไรบางอย่างมาช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อความเครียดมาเยือน สมองของเราจะพยายามหาทางออกเพื่อลดความตึงเครียดนั้นให้ได้เร็วที่สุด และโซเชียลมีเดียกับเกมก็มักจะเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายและให้ผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว

  • หลีกหนีจากความจริงชั่วคราว: เวลาที่เราเครียด โลกออนไลน์หรือโลกในเกมมักจะมอบพื้นที่ให้เราได้เข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในชีวิตจริง ได้เป็นคนอื่น ได้ลืมเรื่องราวที่ทำให้ปวดหัวไปสักพัก
  • ความสุขแบบเร่งด่วน: การที่เราได้เห็นยอดไลก์ คอมเมนต์ดีๆ หรือการที่เล่นเกมชนะ ได้รับรางวัล ก็จะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขอย่างโดปามีนออกมา ทำให้รู้สึกดี มีความสุขชั่วคราว
  • รู้สึกได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่ง: บางครั้งการเข้าสังคมในโลกออนไลน์ การได้พูดคุยกับเพื่อนๆ หรือการเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เกม ก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว หรือความต้องการที่จะได้รับการยอมรับในสังคม
  • ควบคุมได้ง่ายกว่า: ในโลกจริง เราอาจควบคุมอะไรได้ไม่มาก แต่ในโลกของเกม เราสามารถตัดสินใจ ควบคุมตัวละคร หรือสถานการณ์ต่างๆ ได้ ทำให้รู้สึกมีอำนาจและเป็นอิสระ

สัญญาณบอกว่า "การพักใจ" เริ่มกลายเป็น "การหลบหนี" แล้วนะ

การใช้โซเชียลมีเดียหรือเล่นเกม ไม่ได้แย่ไปเสียหมด ตราบใดที่เรายังควบคุมได้ แต่เมื่อไหร่ที่มันเริ่มกลายเป็น "การหลบหนี" ความเครียด จนกระทบกับชีวิตประจำวัน นี่คือสัญญาณเตือนที่เราควรรู้ตัว:

  • ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานขึ้นเรื่อยๆ: จากแค่เล่นคลายเครียด กลายเป็นว่าต้องเล่นนานหลายชั่วโมงในแต่ละวัน และรู้สึกว่าเวลาไม่เคยพอ
  • รู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิดง่ายเมื่อไม่ได้เล่น: เมื่อถูกห้าม หรือไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ จะรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรง
  • ละเลยหน้าที่และความรับผิดชอบ: การเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การดูแลตัวเองและคนรอบข้าง เริ่มได้รับผลกระทบเพราะมัวแต่ใช้เวลาอยู่กับสื่อออนไลน์หรือเกม
  • โกหกเรื่องเวลาที่ใช้ไปกับกิจกรรมเหล่านี้: พยายามปกปิด หรือลดทอนความจริงเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ไปกับการเล่น
  • ยังคงเล่นหรือใช้โซเชียลต่อไป แม้จะรู้ว่ามีผลเสีย: แม้จะเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ การเรียนตกต่ำ หรือความสัมพันธ์แย่ลง แต่ก็ยังหยุดไม่ได้
  • ใช้เพื่อหลีกหนีอารมณ์ด้านลบเท่านั้น: ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความเหงา ความโกรธ หรือความเศร้า ก็มักจะเลือกใช้โซเชียลหรือเกมเป็นทางออกแรกเสมอ

ติดนานไป ไม่ดีกับตัวอย่างไรบ้าง?

เมื่อการหลีกหนีความเครียดด้วยวิธีเหล่านี้กลายเป็นพฤติกรรมหลัก ผลกระทบที่ตามมาอาจไม่เล็กน้อยอย่างที่คิด:

  • สุขภาพกายย่ำแย่: พักผ่อนไม่พอ อ่อนเพลีย ปวดตา ปวดหัว หรือมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว
  • สุขภาพจิตเสื่อมโทรม: อาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวนได้ง่าย
  • ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างมีปัญหา: ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนน้อยลง ขาดทักษะการสื่อสารในโลกจริง
  • ประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลง: สมาธิสั้นลง ผลการเรียนตกต่ำ หรือทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ปัญหาด้านการเงิน: อาจหมดเงินไปกับการซื้อไอเทมในเกม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่ออยากพักจากหน้าจอ: ลองวิธีผ่อนคลายแบบอื่นดูไหม?

การลดการพึ่งพาสื่อออนไลน์และเกม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกไปเสียทั้งหมด แต่เป็นการหาความสมดุลและหาวิธีจัดการความเครียดที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ลองดูวิธีเหล่านี้เป็นทางเลือก:

  • ออกไปขยับร่างกาย: การออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเล่น โยคะ หรือปั่นจักรยาน ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและเพิ่มสารเอ็นดอร์ฟินได้ดี
  • ฝึกสติและผ่อนคลาย: ลองทำสมาธิ ฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ หรือโยคะ เพื่อให้จิตใจสงบและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น
  • หากิจกรรมที่ชอบในโลกจริง: ลองกลับไปทำสิ่งที่เคยชอบแต่ห่างหายไปนาน เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป ฟังเพลง เล่นดนตรี หรือปลูกต้นไม้
  • ใช้เวลากับคนที่เรารัก: พูดคุย พบปะสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และรับการสนับสนุนทางใจ
  • จัดการกับต้นตอความเครียด: บางครั้งเราอาจต้องหยุดเพื่อทบทวนว่าอะไรคือต้นเหตุของความเครียดที่แท้จริง แล้วหาทางแก้ไขหรือจัดการกับมัน
  • กำหนดเวลาหน้าจอ: ตั้งกฎเกณฑ์ให้ตัวเอง เช่น กำหนดเวลาเล่นในแต่ละวัน หรือมีช่วงเวลาที่ไม่แตะมือถือเลย

เมื่อรู้สึกว่า "ถอนตัวยาก" และชีวิตเริ่มมีปัญหา: ถึงเวลาปรึกษาใครดี?

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และพฤติกรรมการติดโซเชียลมีเดียหรือเกมกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกที่ดีและสำคัญมาก คุณไม่จำเป็นต้องเผชิญกับเรื่องนี้เพียงลำพัง

  • พูดคุยกับคนใกล้ชิด: เริ่มต้นจากการเปิดใจคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจ เพื่อขอความเข้าใจและกำลังใจ
  • ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา: ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะช่วยประเมินสถานการณ์ หาสาเหตุ และให้คำแนะนำในการบำบัดหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม
  • เข้าร่วมกลุ่มบำบัด: การได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่มีปัญหาคล้ายกัน สามารถสร้างกำลังใจและความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

จำไว้ว่าการขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นก้าวแรกที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขและสมดุลอีกครั้ง การรู้จักตัวเอง เข้าใจพฤติกรรม และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากวงจรของการหลีกหนีความเครียดด้วยวิธีที่ไม่ยั่งยืน แล้วหันมาดูแลตัวเองด้วยวิธีที่ดีต่อใจและกายอย่างแท้จริง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ