ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องไห้โยเยของลูกน้อย เมื่อเอื้อมมือไปสัมผัสตัวก็พบว่าตัวร้อนจี๋เหมือนมีไฟรุม แถมยังมีเสียงหายใจครืดคราดติดขัดจากอาการคัดจมูก สถานการณ์แบบนี้มักสร้างความกังวลใจและทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ตื่นตระหนกได้ง่ายมาก เนื่องจากทารกยังไม่สามารถบอกเล่าความรู้สึกหรือสั่งน้ำมูกเองได้เหมือนผู้ใหญ่ การดูแลเด็กเล็กที่มีอาการไข้ร่วมกับปัญหาระบบทางเดินหายใจจึงต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องและละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ

เมื่อลูกน้อยเผชิญทั้งไข้และอาการหวัดคัดจมูกพร้อมกัน

ร่างกายของทารกนั้นไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างมาก อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันและโครงสร้างทางเดินหายใจก็ยังเติบโตไม่เต็มที่ หลอดลมของเด็กเล็กมีขนาดเล็กมากเพียงเท่าหลอดกาแฟเท่านั้น เมื่อมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ร่างกายจะกระตุ้นกลไกการสร้างไข้เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ในขณะเดียวกันก็จะมีการสร้างน้ำมูกและเสมหะเพิ่มขึ้น ซึ่งน้ำมูกเพียงเล็กน้อยก็สามารถอุดกั้นทางเดินหายใจที่เล็กจิ๋วของลูกได้แล้ว ส่งผลให้ลูกหายใจลำบาก กินนมได้น้อยลง และงอแงมากกว่าปกติ

รับมือกับไข้ตัวร้อนอย่างไรให้ลูกสบายตัวที่สุด

ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่กำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม สิ่งสำคัญในการดูแลทารกที่มีไข้คือการทำให้ลูกสบายตัวที่สุดและป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปจนเสี่ยงต่ออาการชักจากไข้สูง

วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง ไม่กระตุ้นให้ลูกหนาวสั่น

การเช็ดตัวเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการดึงความร้อนออกจากร่างกายของลูก ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำผสมแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว ร่างกายจะยิ่งกักเก็บความร้อนและทำให้ลูกหนาวสั่น ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางลำตัวสูงขึ้นไปอีก วิธีการเช็ดควรเช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อช่วยเปิดรูขุมขนและระบายความร้อน และเน้นประคบตามบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ และซอกคอ

ข้อควรรู้เรื่องการใช้ยาลดไข้ในทารกอย่างปลอดภัย

ยาลดไข้ที่ปลอดภัยสำหรับทารกคือยาพาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อม โดยปริมาณยาที่ให้ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวของลูกเป็นหลัก ไม่ใช่คำนวณตามอายุ และควรป้อนยาห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ สิ่งสำคัญคือห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กอย่างเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและตับอย่างรุนแรง

ดูแลทางเดินหายใจที่เล็กจิ๋วของลูกอย่างไรเมื่อมีน้ำมูกอุดตัน

เนื่องจากทารกในช่วงขวบปีแรกมักจะหายใจทางจมูกเป็นหลัก การมีน้ำมูกอุดตันจึงทำให้ลูกอึดอัดและเหนื่อยง่าย การดูแลทางเดินหายใจให้โล่งจึงมีความสำคัญไม่แพ้การลดไข้

ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือและดูดน้ำมูกตัวช่วยให้ลูกหายใจโล่งขึ้น

สำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนที่ยังมีน้ำมูกไม่มาก สามารถใช้น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ชนิดหยด หยดเข้าไปในรูจมูกข้างละ 1-2 หยด เพื่อช่วยให้น้ำมูกที่เหนียวข้นอ่อนตัวลง จากนั้นใช้ลูกยางแดงสะอาดบีบลมออกก่อนแล้วจึงสอดเข้าไปในรูจมูกลึกประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ค่อยๆ ปล่อยมือเพื่อให้แรงดูดดึงน้ำมูกออกมา ทำซ้ำจนลูกหายใจโล่งขึ้น การทำเช่นนี้ก่อนป้อนนมหรือก่อนนอนจะช่วยให้ลูกกินนมและนอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น

วิธีจัดการไข้ควบคู่กับการดูแลระบบทางเดินหายใจที่พ่อแม่ทำเองได้ที่บ้าน

เมื่อลูกน้อยมีอาการทั้งสองอย่างพร้อมกัน การดูแลด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ดังนั้น แนวทางการจัดการไข้ควบคู่กับการดูแลระบบทางเดินหายใจอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ร่างกายของลูกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิในห้องนอน: ควรปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ประมาณ 25-26 องศาเซลเซียส ไม่ควรให้ลมเย็นเป่าโดนตัวลูกโดยตรง และอาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุทางเดินหายใจแห้งเกินไป ซึ่งจะช่วยลดการสร้างน้ำมูกข้นเหนียว
  • เน้นป้อนนมหรือน้ำบ่อยๆ: ไข้สูงทำให้อัตราการหายใจเร็วขึ้น ร่างกายจึงสูญเสียน้ำได้ง่าย การให้ลูกดื่มนมแม่หรือน้ำบ่อยครั้งขึ้นจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้เสมหะและน้ำมูกละลายตัวเหลวขึ้น ขับออกง่ายขึ้น
  • จัดท่าทางในการนอนหลับ: การหนุนหัวลูกให้สูงขึ้นเล็กน้อยโดยใช้ผ้าขนหนูรองใต้ฟูกนอนจะช่วยลดอาการน้ำมูกไหลย้อนลงคอ ลดการไอ และช่วยให้ลูกหายใจได้สะดวกขึ้นในขณะหลับ

สัญญาณเตือนอันตรายเมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าไข้หวัดส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในทารกตัวเล็กๆ อาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำลูกส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • ลูกหายใจเร็วและหอบเหนื่อย สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋มขณะหายใจเข้า หรือปีกจมูกบานออกทุกครั้งที่หายใจ
  • มีเสียงหายใจดังวี๊ด หรือมีเสียงครืดคราดในอกอย่างรุนแรง
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือเล็บเท้ามีสีคล้ำซีดหรือเขียว
  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดูดนม หรือร้องไห้โยเยตลอดเวลาโดยไม่สามารถปลอบให้สงบได้

การเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดด้วยความรักความเข้าใจและการปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง จะช่วยลดความทรมานจากอาการป่วยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในทารกได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down