ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ออกกำลังกายหนักไปไหม ลองสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย

หลายคนมีความตั้งใจจริงอยากมีสุขภาพดีหรืออยากลดน้ำหนักให้ได้ไวๆ จนเผลออัดโปรแกรมออกกำลังกายเต็มที่โดยลืมดูว่าร่างกายไหวไหม ในฐานะหมอ ผมมักเจอคนไข้แวะมาปรึกษาเรื่องอาการบาดเจ็บหรือความเหนื่อยล้าสะสม ซึ่งบ่อยครั้งต้นตอมาจากคำว่า ออกกำลังกายหนักเกินไป โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าการหักโหมเกินขีดจำกัดไม่ได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่กลับเป็นการทำร้ายกล้ามเนื้อและระบบต่างๆ ภายในแบบไม่รู้ตัว

กล้ามเนื้อพังและเพลียเรื้อรัง สัญญาณบอกว่าต้องพักบ้างแล้ว

ร่างกายคนเรามีขีดจำกัดครับ หากฝืนออกกำลังกายโดยไม่มีช่วงพักให้ร่างกายฟื้นฟู จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า Overtraining Syndrome ซึ่งส่งผลเสียมากกว่าที่คิด:

  • มีอาการเหนื่อยล้าสะสมแม้จะนอนหลับเต็มอิ่มแล้วก็ตาม
  • อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักสูงขึ้นกว่าปกติ
  • เจ็บปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าหลังออกกำลังกายทั่วไป
  • ภูมิคุ้มกันต่ำลงจนป่วยง่ายขึ้น
  • นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ทั้งที่ร่างกายเพลียมาก

เมื่อความฟิตกลายเป็นความเสี่ยง ผลกระทบต่ออวัยวะภายใน

การฝืนออกกำลังกายหนักเกินไปไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องกล้ามเนื้อฉีกขาดหรือบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น แต่ในรายที่หนักจริงๆ อาจเกิดภาวะสลายกล้ามเนื้อจนสารตกค้างเข้าสู่กระแสเลือดและไปสะสมที่ไต ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ หัวใจยังต้องทำงานหนักเกินความจำเป็นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ทำให้เกิดความเครียดต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจในระยะยาว

ออกแบบตารางออกกำลังกายให้พอดี ไม่ทรมานตัวเอง

การสร้างความแข็งแรงที่ยั่งยืนควรเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเร่งรีบ ลองปรับวิธีการดังนี้:

  • หลักการ 10 เปอร์เซ็นต์: หากต้องการเพิ่มความเข้มข้นหรือระยะเวลา ให้เพิ่มเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์เท่านั้น อย่าหักโหมกระโดดข้ามขั้น
  • วันพักคือส่วนหนึ่งของการฝึก: การพักผ่อนช่วยให้กล้ามเนื้อซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น การมีวัน Rest Day อย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์สำคัญพอๆ กับการออกกำลังกาย
  • ฟังเสียงร่างกายเสมอ: ถ้าวันไหนรู้สึกไม่มีแรง ปวดตึงเกินผิดปกติ หรือหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ให้ถอยกลับมาพักทันที ไม่ต้องฝืนทำตามตารางที่วางไว้จนจบ

อาการแบบไหนที่ต้องหยุดออกกำลังกายและมาพบหมอทันที

ไม่ใช่ทุกความปวดจะหายได้ด้วยการพัก หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรหยุดและเข้ารับการตรวจโดยเร็วครับ:

  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรือวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงขณะออกกำลังกาย
  • มีอาการปวดเฉียบพลันที่ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
  • ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติหลังจากออกกำลังกายหนัก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อสลาย
  • อาการบวมแดงหรือปวดร้อนตามจุดต่างๆ ที่ไม่ยอมหายภายใน 2-3 วัน

หัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดีคือความสม่ำเสมอในระดับที่ร่างกายรับไหว การออกกำลังกายอย่างพอดีจะช่วยให้คุณมีความสุขกับการใช้ชีวิตไปได้อีกนานครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down