ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

ออกกำลังกายหนักเกินไป: สัญญาณเตือนจากร่างกายที่คุณไม่ควรละเลย

ทำไมร่างกายถึงประท้วงเมื่อเราออกกำลังกายหนักเกินไป

หลายคนมักเชื่อว่ายิ่งออกแรงมากเท่าไร ร่างกายจะยิ่งแข็งแรงและเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้นเท่านั้น แต่บ่อยครั้งที่ผมเจอคนไข้เดินเข้ามาในคลินิกด้วยอาการเพลียสะสม กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง หรือแม้แต่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายจนต้องหยุดพักยาว การออกกำลังกายหนักเกินไป หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Overtraining Syndrome ไม่ใช่เรื่องของการเกียจคร้าน แต่เป็นสภาวะที่ร่างกายได้รับภาระหนักเกินกว่าที่กลไกการซ่อมแซมตัวเองจะรับไหว

เช็กสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังหักโหมจนเกินพอดี

ร่างกายเราฉลาดกว่าที่คิดครับ เขามักจะส่งสัญญาณเตือนก่อนที่จะพังเสมอ หากคุณเริ่มรู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้ ให้หยุดพักทันที:

  • ชีพจรขณะพักสูงขึ้นกว่าปกติ ทั้งที่ไม่ได้ขยับตัว
  • นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทแม้จะรู้สึกอ่อนเพลียมาก
  • ผลงานหรือสมรรถภาพในการออกกำลังกายตกลงอย่างต่อเนื่อง
  • เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักตัวลดลงผิดปกติโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อหรือข้อต่อแบบเรื้อรังที่ไม่หายสักที
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือมีอาการซึมเศร้าโดยไม่มีสาเหตุ

เมื่อร่างกายฟ้องว่าไม่ไหว ควรปรับเปลี่ยนโปรแกรมอย่างไร

การแก้ไขไม่ได้หมายถึงการเลิกออกกำลังกาย แต่คือการปรับสมดุลใหม่ให้ร่างกายได้หายใจ ดังนี้ครับ:

ปรับความเข้มข้นให้พอดีกับความพร้อม

ลองลดความหนักของการฝึกในแต่ละวันลงบ้าง อย่าให้ทุกวันกลายเป็นวันทำลายสถิติใหม่ของตัวเอง เลือกวันที่มีความเข้มข้นต่ำสลับกับวันพักบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีเวลาฟื้นฟูโครงสร้างที่สึกหรอ

ให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนและโภชนาการ

การออกกำลังกายที่แท้จริงเกิดขึ้นในวันที่เราพัก การนอนหลับที่เพียงพอคือช่วงเวลาที่โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาซ่อมแซมร่างกาย นอกจากนี้ควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการฟื้นฟูเซลล์

วันไหนที่ควรพักจริงๆ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บถาวร

หากคุณเริ่มมีอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น ปวดบวมแดงร้อนตามข้อต่อ หรือรู้สึกเจ็บแปลบที่กล้ามเนื้อขณะเคลื่อนไหว นี่คือสัญญาณไฟแดงที่บอกว่าต้องหยุดทันที การฝืนเล่นต่ออาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังที่รักษายากกว่าเดิมหลายเท่า การพักผ่อนเต็มที่สัก 3-5 วัน หรือการเปลี่ยนไปทำกิจกรรมเบาๆ อย่างการยืดเหยียดหรือโยคะ จะช่วยให้ร่างกายคุณกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down