ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไม่สบายบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่าผิดปกติ?

ช่วงเวลาที่ลูกน้อยเริ่มไปโรงเรียนอนุบาล หรือต้องคลุกคลีกับพี่ๆ เพื่อนๆ มักเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องกุมขาล. เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวท้องเสีย เดี๋ยวไอ เดี๋ยวไข้ขึ้น วนลูปแบบนี้จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน หลายคนเริ่มกังวลใจว่าทำไมลูกถึงป่วยบ่อยเหลือเกิน ป่วยหายแล้วไม่กี่วันก็เป็นใหม่อีกแล้ว ลูกกำลังเป็นโรคอะไรที่รุนแรงหรือเปล่า?

ในฐานะหมอเด็ก อยากอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า เด็กเล็กในช่วงวัย 1 ถึง 6 ขวบ เป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังสร้างตัวและเรียนรู้กับโลกภายนอก การที่เด็กจะเป็นหวัดหรือติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนสัก 6 ถึง 8 ครั้งต่อปี ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติและไม่ได้แปลว่าเด็กมีภูมิคุ้มกันบกพร่องเสมอไป แต่หากลูกป่วยบ่อยเกินไป มีอาการรุนแรง หรือใช้เวลานานกว่าปกติในการหาย นั่นคือสัญญาณเตือนของภาวะ การติดเชื้อซ้ำในเด็ก ที่เราต้องมาช่วยกันมองหาต้นตอที่แท้จริง

เช็กให้ชัวร์: แบบไหนที่เรียกว่าการติดเชื้อซ้ำที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เราจะเริ่มสงสัยว่าเด็กมีภาวะติดเชื้อซ้ำที่ผิดปกติ ไม่ใช่แค่เรื่องภูมิต้านทานต่ำตามวัย ก็ต่อเมื่อมีลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้น:

  • เป็นปอดบวมซ้ำๆ: ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างหรือปอดอักเสบมากกว่า 2 ครั้งในหนึ่งปี
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง: เป็นหวัดเรื้อรังที่มีน้ำมูกเขียวข้นและปวดไซนัสติดต่อกันหลายครั้ง
  • การติดเชื้อที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อนาน: ป่วยแต่ละครั้งต้องกินยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานเกิน 2 เดือนแต่ก็ยังไม่หายขาด
  • น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์: ป่วยบ่อยจนร่างกายไม่โต สมส่วน หรือพัฒนาการสะดุด
  • การติดเชื้อลุกลามรุนแรง: เช่น ฝีที่ผิวหนังบ่อยครั้ง หรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้เด็กป่วยซ้ำซาก: ไม่ได้มีแค่เรื่องภูมิต้านทานต่ำ

เวลาเจอเด็กป่วยซ้ำ คุณพ่อคุณ้อมักจะนึกถึงเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางการแพทย์พบว่ามีสาเหตุหลายประการที่ทำให้เชื้อโรควนกลับมาเล่นงานลูกรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า:

ภูมิแพ้แอบแฝงที่มองข้ามไม่ได้

เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศหรือหอบหืด เยื่อบุทางเดินหายใจของเขาจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก เมื่อเจอฝุ่น ควัน หรืออากาศเปลี่ยน เยื่อบุจมูกจะบวมและอักเสบได้ง่าย ทำให้เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียฉวยโอกาสเข้าเกาะติดและเบ่งบานกลายเป็นการติดเชื้อซ้ำซาก เด็กบางคนรักษาหวัดเท่าไหร่ก็ไม่หาย ขยับตัวทีก็ไอเรื้อรัง แท้จริงแล้วมีโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบซ่อนอยู่

ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตเรื้อรัง

ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ที่อยู่บริเวณลำคอและหลังโพรงจมูก ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการดักจับเชื้อโรค แต่ถ้าเด็กติดเชื้อบ่อยๆ เจ้าต่อมเหล่านี้อาจโตเรื้อรัง กลายเป็นแหล่งกักเก็บเชื้อโรคชั้นดี ทำให้ลูกหายใจคร่อดแèด นอนกรน และติดเชื้อทางเดินหายใจวนเวียนไม่รู้จบ

สิ่งแวดล้อมรอบตัวและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

บ้านที่มีคนสูบบุหรี่ ควันบุหรี่มือสองและมือสามที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าและผนังบ้าน คือตัวทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจของเด็กโดยตรง ทำให้กลไกการกวาดสิ่งแปลกปลอมของทางเดินหายใจทำงานได้แย่ลง นอกจากนี้ การส่งลูกไปโรงเรียนเตรียมอนุบาลในวัยที่ยังเล็กเกินไป โดยที่เด็กยังล้างมือไม่เป็นและชอบเอาของเข้าปาก ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รับเชื้อโรคผลัดกันป่วยยกห้อง

โรคประจำตัวที่เกี่ยวกับโครงสร้างทางกาย

ในเด็กบางกลุ่มที่มีความผิดปกติของโครงสร้าง เช่น โรคกรดไหลย้อนเรื้อรังที่ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาสำลักเข้าหลอดลม หรือมีความผิดปกติของทางเดินหายใจและทางเดินปัสสาวะ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำในจุดเดิมๆ ได้ตลอดเวลาจนกว่าจะได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ

ปรับพฤติกรรมและดูแลอย่างไร เมื่อลูกเผชิญกับการติดเชื้อซ้ำ

การแก้ปัญหาการติดเชื้อซ้ำในเด็ก ไม่ใช่การหายาบำรุงราคาแพงมากินเพื่อเสริมภูมิต้านทานตามคำโฆษณา แต่เป็นการดูแลสุขภาพพื้นฐานและการจัดการตามสาเหตุที่แพทย์ตรวจพบ:

  • รักษาร่างกายให้แข็งแรงด้วยโภชนาการ: ให้ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และนอนหลับพักผ่อนให้สนิทในช่วงเวลากลางคืน เพราะฮอร์โมนการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ดีที่สุดตอนนอนหลับลึก
  • จัดการสิ่งแวดล้อมในบ้าน: งดสูบบุหรี่ในบ้านและบริเวณใกล้ชิดเด็ก หมั่นทำความสะอาดบ้านเพื่อลดไรฝุ่น เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ฝึกสุขอนามัยตั้งแต่เล็ก: สอนให้ลูกล้างมือด้วยสบู่ให้เป็นนิสัยก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เลี่ยงการพาเด็กไปอยู่ในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครบถ้วน: วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี (โรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส) ช่วยลดความรุนแรงและโอกาสการติดเชื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพาไปตรวจภูมิต้านทานอย่างละเอียด

หากคุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกอย่างเต็มที่แล้ว แต่ลูกยังคงป่วยหนักและติดเชื้อซ้ำๆ จนกระทั่งต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยครั้ง มีฝีลึกเรื้อรัง หรือมีประวัติคนในครอบครัวมีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ควรพามาพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา เพื่อตรวจเลือดและประเมินระบบภูมิคุ้มกันเชิงลึก ว่ามีความบกพร่องแต่กำเนิดหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันเรามีแนวทางการรักษาที่ดีและช่วยให้เด็กเติบโตได้อย่างปลอดภัยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down