ลูกไม่สบายวนไปวนมา เดี๋ยวไอ เดี๋ยวไข้ นี่ลูกเป็นอะไรรึเปล่า?
เวลาเปิดเทอมทีไร คุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องกุมขาล. ลูกชายหรือลูกสาวตัวน้อยเพิ่งหายจากหวัดไปได้ไม่ทันไร อีกอาทิตย์เดียวก็กลับมาเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ หรือท้องเสียวนลูปเดิมอีกแล้ว หลายคนเริ่มกังวลว่าลูกมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเปล่า ทำไมเด็กบางคนถึงป่วยบ่อยและเกิดการติดเชื้อซ้ำๆ ในจุดเดิมหรือโรคเดิมอยู่เรื่อยๆ ในฐานะหมอเด็ก ผมเจอคำถามนี้บ่อยมากครับในห้องตรวจ
ลูกป่วยแค่ไหนถึงเรียกว่าการติดเชื้อซ้ำที่ต้องระวัง?
ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงวัยเข้าเนอสเซอรีหรืออนุบาล การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เป็นหวัด คออักเสบ หรือท้องเสีย เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ครับ เด็กๆ อาจป่วยได้ถึง 6 ถึง 10 ครั้งต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะระบบภูมิคุ้มกันกำลังเรียนรู้ แต่คำว่า การติดเชื้อซ้ำในเด็ก ที่หมอเริ่มต้องมานั่งคิดต่อและตรวจเช็กอย่างละเอียด จะหมายถึงลักษณะอาการเหล่านี้ครับ
- เป็นโรคเดิมซ้ำๆ บ่อยกว่าปกติ เช่น ปอดบวมซ้ำหลายรอบในปีเดียว หรือหูอักเสบติดต่อกันหลายครั้ง
- การติดเชื้อแต่ละครั้งรุนแรงกว่าเด็กทั่วไป ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อย
- ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ค่อยดีขึ้น หรือหายแป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีก
- การติดเชื้อจากเชื้อโรคที่ไม่ค่อยรุนแรง แต่ในตัวเด็กกลับแสดงอาการหนักหน่วง
ทำไมลูกถึงป่วยวนลูปและติดเชื้อซ้ำๆ อยู่เรื่อยๆ?
สาเหตุหลักไม่ได้มีแค่เรื่องภูมิคุ้มกันอย่างเดียวครับ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ประกอบกันทำให้เด็กบางคนป่วยบ่อยกว่าคนอื่น
สภาพแวดล้อมรอบตัวและการไปโรงเรียน
การที่เด็กไปอยู่รวมกันเยอะๆ ในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาล เปรียบเสมือนการเอาเชื้อโรคมาแชร์กันครับ เชื้อไวรัสและแบคทีเรียส่งต่อกันง่ายมากผ่านของเล่น มือ หรือการไอจาม เด็กที่เพิ่งเริ่มไปโรงเรียนจึงมักป่วยติดต่อกันหลายเดือนในช่วงปีแรกๆ
ภูมิคุ้มกันตามวัยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังเป็นเด็กตามตัวครับ พวกเขาเพิ่งเริ่มสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่างๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต การที่ลูกป่วยจึงเป็นเหมือนการฉีดวัคซีนธรรมชาติให้ร่างกายจำแนกเชื้อโรคได้ดีขึ้นเมื่อโตขึ้น
โรคภูมิแพ้ที่เป็นตัวการแอบแฝง
เด็กที่เป็นภูมิแพ้อากาศ โรคหอบหืด หรือภูมิแพ้ผิวหนัง เยื่อบุทางเดินหายใจของเขาจะไวต่อสิ่งกระตุ้นและอักเสบง่ายกว่าปกติ พอน้ำมูกไหลหรือจมูกบวมจากภูมิแพ้ ก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีให้แบคทีเรียหรือไวรัสเข้าไปซ้ำเติม ทำให้เป็นหวัดแล้วลามลงปอดหรือเป็นไซนัสอักเสบซ้ำๆ
โครงสร้างทางกายวิภาคของเด็กเล็ก
ท่อปรับความดันในหูของเด็กเล็กจะสั้นและวางตัวในแนวราบมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เวลาเป็นหวัด เชื้อโรคจากจมูกและคอสามารถลามเข้าไปในหูชั้นกลางได้ง่ายมาก เด็กหลายคนจึงมีอาการหูอักเสบซ้ำๆ จนกว่าโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกจะเติบโตขึ้นตามวัย
คุณพ่อคุณแม่จะช่วยตัดวงจรการติดเชื้อซ้ำให้ลูกได้อย่างไร?
การดูแลสุขภาพพื้นฐานให้แข็งแรงคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการปรับพฤติกรรมในบ้าน
- ฝึกสุขอนามัยเรื่องการล้างมือให้เป็นนิสัย สอนให้ลูกล้างมือก่อนทานอาหารและหลังกลับมาจากนอกบ้าน
- เน้นอาหารครบ 5 หมู่ที่มีประโยชน์ ผัก ผลไม้สด เพื่อเสริมสร้างวิตามินและแร่ธาตุให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่
- จัดการสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดโปร่ง หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง ควันธูป หรือฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเป็นตัวการทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจของเด็ก
- ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะช่วงเวลานอนคือเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมและสร้างภูมิคุ้มกัน
อาการแบบไหนที่แปลว่าควรพามาพบหมอเพื่อตรวจเชิงลึก?
ถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตว่าลูกป่วยบ่อยผิดปกติ หรือมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ แนะนำให้พามาปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจหาสะเก็ดโรคหรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ซ่อนอยู่ครับ
- การติดเชื้อที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำบ่อยครั้ง
- น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือตัวเล็กว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
- มีฝีขึ้นตามผิวหนังบ่อยๆ หรือติดเชื้อราในปากเรื้อรังโดยไม่ใช่ช่วงเป็นทารกแรกเกิด
- มีประวัติคนในครอบครัวมีความผิดปกติรุนแรงเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน