ช่วงนี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกน้อยมีอาการท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำ ท้องอืด และอาเจียนไม่หยุด จนซึมลงอย่างเห็นได้ชัด อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจคิดว่าเป็นแค่อาหารเป็นพิษธรรมดา เพราะอาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนภัยใกล้ตัวจากเชื้อโรคตัวจิ๋วที่ชื่อว่าไวรัสโรตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเล็กต้องหอบกระเป๋าเข้าโรงพยาบาลกันมานักต่อนักแล้ว
ไวรัสโรตาคืออะไร ทำไมถึงทำให้เด็กท้องเสียรุนแรงได้ขนาดนี้?
เจ้าไวรัสโรตาตัวนี้เป็นเชื้อโรคที่ติดต่อกันง่ายมากๆ แค่ลูกเผลอเอามือที่ไปจับของเล่นเปื้อนเชื้อโรคเข้าปาก หรือกินอาหารและดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อน เชื้อก็จะเดินทางเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว เจ้าไวรัสจะตรงดิ่งไปจัดการกับเซลล์เยื่อบุลำไส้เล็ก ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและอาหารได้ตามปกติ เกิดอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำพรั่งพรูออกมา แถมยังสร้างสารพิษที่กระตุ้นให้อาเจียนไม่หยุด ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ปริมาณมากภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้หากดูแลไม่ทัน
สังเกตอาการลูกน้อย ท้องเสียธรรมดาหรือโดนไวรัสโรตาเล่นงานแล้ว?
การติดเชื้อตัวนี้มักจะมีอาการเรียงหน้ากระดานเข้ามาให้คุณพ่อคุณแม่ใจหายวาบ โดยมักจะเริ่มต้นด้วย:
- ไข้สูงและอาเจียนนำมาก่อน: ลูกจะมีไข้ตัวร้อน และอาเจียนติดต่อกันหลายครั้งในช่วงวันแรกๆ จนแทบกินอะไรไม่ลง
- ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ: หลังจากนั้นจะตามมาด้วยอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำปริมาณมาก บางทีมีแต่น้ำและลม ไม่มีมูกเลือด กลิ่นค่อนข้างคาว
- ปวดท้องงอแง: เด็กเล็กจะแสดงอาการปวดบิดในท้อง ร้องกวน งอแงมากกว่าปกติเพราะแน่นท้อง
- อ่อนเพลียและซึมลง: เนื่องจากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก ลูกจะเริ่มซึม ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ ปัสสาวะเลยภายใน 6 ชั่วโมง ตาโหล และไม่มีน้ำตาเวลา ร้องไห้
วิธีรับมือเมื่อลูกติดเชื้อไวรัสโรตา ประคับประคองอย่างไรให้ปลอดภัย?
โรคนี้เกิดจากไวรัส จึงไม่มียารักษาโดยตรงเพื่อให้หายขาดในพริบตาเดียว การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการเพื่อรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจัดการกับเชื้อโรคด้วยตัวเอง
วิธีเติมน้ำและเกลือแร่ชดเชยที่ถูกต้อง
หัวใจสำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ ให้ลูกจิบร่างกายด้วยสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปจากการอาเจียนและท้องเสีย ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ปริมาณมากๆ ทีเดียว เพราะอาจทำให้เกลือแร่ในเลือดต่ำลงจนชักได้ สำหรับเด็กเล็กที่ยังกินนมแม่ ให้เข้าเต้าต่อได้เลยเพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด
อาหารอ่อนที่ช่วยพักลำไส้
เมื่อเริ่มอาเจียนลดลง ให้ลองป้อนอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปั่น ข้าวบด หรือกล้วยสุก เพื่อช่วยซับน้ำในลำไส้ หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด นมวัว หรือน้ำผลไม้รสหวานจัด เพราะจะยิ่งทำให้ลำไส้ระคายเคืองและถ่ายหนักขึ้น
เกราะป้องกันสุดท้าย พาลูกรักไปฉีดวัคซีนหยอดป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด
ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันความรุนแรงของโรคนี้ได้ด้วยการให้ลูกกินวัคซีนป้องกันไวรัสโรตา ซึ่งเป็นวัคซีนหยอดทางปาก ไม่เจ็บตัว โดยแบ่งให้ตามช่วงอายุที่แพทย์แนะนำตั้งแต่ลูกยังเป็นทารก การได้รับวัคซีนนี้ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อรุนแรง และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลลงได้อย่างมหาศาล
สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอทันที?
หากดูแลที่บ้านแล้วลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อยร่นิ่งนอนใจ รีบพาไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด:
- อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่กินน้ำหรือเกลือแร่เข้าไป
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ
- ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋มลงไปในเด็กเล็ก
- มีไข้สูงร่วมกับอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือปวดท้องรุนแรงผิดปกติ
- ไม่ปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง
การติดเชื้อไวรัสโรตาในระบบทางเดินอาหารเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สร้างความกังวลใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่น้อย แต่หากเราเข้าใจวิธีสังเกตอาการ รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการชดเชยน้ำ และรีบพาพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรง ลูกน้อยก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ