หลายคนที่มาหาหมอด้วยอาการปวดหู แล้วพอตรวจดูข้างในพบว่ามีหนองไหลออกมา มักจะตกใจและถามคำถามเดียวกันบ่อยๆ ว่า ตัวเองเป็นโรคหูน้ำหนวกอักเสบได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ช่วงนี้ก็ไม่ได้ไปว่ายน้ำที่ไหน หรือบางคนคิดว่าเป็นแค่หูอื้อธรรมดา เดี๋ยวก็คงหายเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาเรื่องหูอักเสบจนมีหนองนี้ มีเบื้องหลังที่ละเอียดอ่อนกว่าที่เราคิดครับ
หูน้ำหนวกอักเสบคืออะไร เกิดขึ้นในหูส่วนไหนกันแน่
เวลาที่เราพูดถึง โรคหูน้ำหนวกอักเสบ หมอมักจะอธิบายให้คนไข้เห็นภาพง่ายๆ ว่า ปัญหามักจะเริ่มต้นจากหูชั้นกลาง ซึ่งเป็นโพรงอากาศเล็กๆ ที่อยู่หลังเยื่อแก้วหู ปกติแล้วบริเวณนี้จะมีท่อระบายอากาศที่เชื่อมต่อไปยังคอหอยของเรา เรียกว่าท่อยูสเตเชียน
แต่พอเวลาที่เราเป็นหวัด ภูมิแพ้กำเริบ หรือมีเชื้อโรคจากคอวิ่งขึ้นไปอุดตันเจ้าท่อตัวนี้เข้า ลมและความดันในหูชั้นกลางจะเริ่มผิดปกติ เกิดเป็นน้ำหรือของเหลวสะสมอยู่ข้างใน และถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อโรคเจริญเติบโต ของเหลวใสๆ นั้นก็จะกลายเป็นหนอง สร้างแรงดันจนเยื่อแก้วหูทะลุ และไหลทะลักออกมาให้เราเห็นเป็นหนองไหลออกจากหูนั่นเองครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าหูเริ่มอักเสบและมีหนองแล้ว
อาการของโรคนี้มักจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือบางทีก็มาแบบเฉียบพลันจนตั้งตัวไม่ทัน หากสังเกตตัวเองดีๆ จะพบอาการเหล่านี้
- ปวดหูตุบๆ ข้างใน: อาการปวดมักจะมาแบบหน่วงๆ ลึกๆ บางทีปวดจนนอนไม่หลับ อ้าปากหรือเคี้ยวอาหารก็เจ็บ
- การได้ยินลดลง: รู้สึกเหมือนมีอะไรมาอุดอยู่ในหู ฟังเสียงคนอื่นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม
- มีของเหลวไหลออกมาจากหู: อาจจะเป็นน้ำใสๆ สีเหลือง หรือมีหนองปนเลือด และบางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย
- มีไข้ร่วมด้วย: โดยเฉพาะในเด็กเล็ก มักจะมีไข้สูง งอแง และชอบเอามือจับหรือดึงหูข้างที่เจ็บ
ทำไมบางคนถึงเป็นหูน้ำหนวกเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที
คนไข้หลายคนกังวลมากเพราะเป็นๆ หายๆ มาเป็นปี หมอต้องบอกอย่างนี้ครับว่า โรคหูน้ำหนวกอักเสบแบ่งออกเป็นแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง
สำหรับกลุ่มที่เป็นเรื้อรัง มักเกิดจากรูทะลุที่เยื่อแก้วหูไม่ยอมปิดสนิทเสียที ทำให้เวลาน้ำเข้าหูตอนอาบน้ำ หรือเวลาที่เชื้อโรคเข้าทางจมูกและลำคอ เชื้อโรคจะเข้าไปติดเชื้อซ้ำซ้อนข้างในได้ง่ายมาก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่มีหนองไหลออกมาเรื่อยๆ และถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาอย่างจริงจัง อาจลุกลามจนทำให้กระดูกหูถูกทำลายและการได้ยินเสียหายถาวรได้
วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคหูน้ำหนวกอักเสบ
เมื่อมาพบแพทย์ การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น หากเป็นการอักเสบเฉียบพลัน แพทย์มักจะให้ยาปฏิชีวนะทั้งแบบกินและแบบหยอดหู เพื่อจัดการกับเชื้อแบคทีเรียโดยตรง พร้อมกับยาลดบวมและยาแก้ปวดตามอาการ
สิ่งสำคัญที่สุดที่หมอย้ำเสมอก็คือ ห้ามซื้อยาหยอดหูมาหยอดเองเด็ดขาด ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเยื่อแก้วหูทะลุหรือไม่ เพราะยาหยอดบางชนิดอาจมีพิษต่อหูชั้นในและทำให้การได้ยินแย่ลงไปอีก
การดูแลตัวเองที่บ้านระหว่างรักษา เพื่อไม่ให้อาการแย่ลง
- ระวังอย่าให้น้ำเข้าหู: เวลาอาบน้ำให้ใช้สำลีชุบวาสลีนอุดรูหูไว้ชั้นนอก หรือใส่ที่อุดหูเพื่อกันน้ำ
- ห้ามแคะหูเด็ดขาด: การใช้คัตตอนบัดหรือไม้แคะหูช่วงนี้ จะยิ่งดันหนองให้เข้าไปลึกขึ้น และไปกระตุ้นให้เยื่อแก้วหูที่กำลังอ่อนแอฉีกขาดมากกว่าเดิม
- รักษาอาการหวัดและภูมิแพ้ควบคู่กันไป: เพราะต้นตอของปัญหาหลายครั้งมาจากหลังโพรงจมูก หากเคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งได้ ท่อระบายหูจะทำงานได้ดีขึ้น
อาการแบบไหนที่ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด
โดยทั่วไปหลังได้รับยา อาการปวดควรจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในสองถึงสามวัน แต่ถ้าหากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบกลับมาหาหมอทันที
- มีอาการเวียนหัว บ้านหมุน หรือเดินเซ
- ใบหน้าเริ่มเบี้ยว ชา หรือขยับกล้ามเนื้อใบหน้าด้านนั้นไม่ค่อยได้
- ปวดศีรษะรุนแรง มีไข้สูงมาก หรือซึมลง
- อาการปวดหูและหนองที่ไหลออกมาไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปสามวัน
โรคหูน้ำหนวกอักเสบไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง หากเริ่มมีอาการปวดหูหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยิน รีบมาพบแพทย์เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ดีที่สุดครับ เพื่อปกป้องการได้ยินของเราให้อยู่ไปนานๆ