เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาหาหมอด้วยอาการหายใจคร่อกแคร่ หายใจเร็ว หรือไอเรื้อรัง สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะแนะนำเพื่อความมั่นใจและปลอดภัยที่สุดก็คือ การเอกซเรย์ปอดครับ หมอเข้าใจดีว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ พอได้ยินว่าลูกต้องโดนเอกซเรย์ ก็อดกังวลเรื่องรังสีหรือความเจ็บปวดไม่ได้ วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันสบายๆ ถึงเบื้องหลังการตรวจนี้ เพื่อให้ทุกคนคลายข้อข้องใจครับ
ลูกน้อยวัยนี้ ต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร ทำไมขั้นตอนการตรวจถึงพิเศษกว่า?
ทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็ก ไม่ใช่ผู้ย่อส่วนนะครับ สรีระกระดูกซี่โครง ปอด และหัวใจเขามีความจำเพาะตัวสูงมาก การจะถ่ายภาพเอกซเรย์ออกมาให้เห็นความผิดปกติชัดเจน จึงต้องอาศัยเทคนิคที่ต่างจากผู้ใหญ่พอสมควร ทีมรังสีแพทย์และตัวหมอเองต้องคิดรอบคอบเสมอว่า ทำอย่างไรถึงจะได้ภาพที่ชัดที่สุดโดยใช้ปริมาณรังสีน้อยที่สุด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าตัวเล็กครับ
คุณหมอส่งตรวจเมื่อไหร่? สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องดูฟิล์มเอ็กซเรย์
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ไอหรือหวัดนิดหน่อยจะต้องโดนเอกซเรย์นะครับ หมอจะพิจารณาตรวจก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจนจริงๆ เช่น หายใจลำบาก หายใจอกบุ๋ม มีเสียงปอดผิดปกติที่ฟังด้วยหูฟังแล้วไม่มั่นใจ สงสัยภาวะปอดบวม ปอดแฟบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในทางเดินหายใจ การได้เห็นภาพเอกซเรย์จะช่วยให้หมอวางแผนรักษาได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องเดาอาการ
เตรียมตัวอย่างไรดี เมื่อเจ้าตัวเล็กต้องเข้าห้องเอกซเรย์
ความยากที่สุดของการเอกซเรย์ทารกคือ น้องยังไม่เข้าใจคำสั่งและอยู่นิ่งไม่ได้ครับ ดังนั้น การเตรียมตัวจึงเน้นที่ความร่วมมือของคนใกล้ชิดเป็นหลัก ก่อนเข้าห้องตรวจ คุณพยาบาลจะช่วยถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เป็นโลหะออกให้หมด เพื่อไม่ให้บังร.งสีที่ต้องฉายลงไป ส่วนคุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะต้องเข้าไปช่วยประคองตัวน้องให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง โดยจะมีการสวมชุดป้องกันรังสีให้เรียบร้อยครับ
เบื้องหลังท่านอนแปลกๆ ในห้องเอกซเรย์ เพื่อความชัดเจนและปลอดภัย
เวลาเอกซเรย์ปอดทารก เรามักจะนิยมถ่ายในท่านอนหงาย ซึ่งต่างจากเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่ยืนถ่ายครับ และบ่อยครั้งที่เราอาจจะต้องถ่ายฟิล์มในท่าเอียงตัวหรือท่านอนตะแคงร่วมด้วย เพื่อดูว่ามีน้ำในเยื่อหุ้มปอด หรือลมรั่วในช่องอกหรือไม่ ท่านอนเหล่านี้อาจจะทำให้น้องร้องไห้งอแงบ้างเพราะความอึดอัด แต่หมอรับรองว่าใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเสร็จ เพื่อแลกกับข้อมูลสำคัญในการรักษาครับ
คลายข้อสงสัยเรื่องปริมาณรังสี ปลอดภัยกับสมองและร่างกายลูกแค่ไหน?
เรื่องนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่หมอเจอทุกวันครับ หมอขออธิบายให้สบายใจเลยว่า เครื่องเอกซเรย์ยุคใหม่ถูกออกแบบมาให้ปล่อยปริมาณรังสีต่ำมากๆ สำหรับเด็ก ปริมาณรังสีที่ได้รับจากการเอกซเรย์ทรวงอกหนึ่งครั้ง น้อยกว่ารังสีตามธรรมชาติที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวในชีวิตประจำวันเสียอีกครับ ดังนั้น จึงแทบไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของสมองลูกน้อยเลยครับ
การอ่านผลฟิล์มเอกซเรย์ปอดทารก: หมอเขามองหาอะไรกันบ้าง?
พอได้ภาพเอกซเรย์มาแล้ว หมอไม่ได้แค่มองผ่านๆ นะครับ แต่เราจะไล่ดูอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่โครงสร้างกระดูกซี่โครง ความกว้างของเงาหัวใจ ขนาดช่องอก ความใสของเนื้อปอดทั้งสองข้าง ไปจนถึงมุมของกระบังลม ความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลายเส้นปอดที่หนาตัวขึ้น หรือเงาฝ้าจางๆ จะช่วยบอกได้ว่าน้องกำลังสู้กับเชื้อโรค หรือมีภาวะภูมิแพ้ซ่อนอยู่หรือเปล่า
ท้ายที่สุดแล้ว การเอกซเรย์ทรวงอกเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการช่วยวินิจฉัยโรคครับ การรักษาที่ดีที่สุดต้องอาศัยการตรวจร่างกายร่วมกับประวัติอย่างละเอียดจากคุณพ่อคุณแม่ หากลูกน้อยมีอาการน่าสงสัย ไม่ต้องลังเลที่จะมาปรึกษาคุณหมอนะครับ เพราะการรู้เร็ว รักษาไว ย่อมส่งผลดีที่สุดต่อสุขภาพของลูกรักแน่นอนครับ