ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาที่ห้องตรวจแล้วบอกว่า เริ่มแรกก็แค่เจ็บคอ ไอแห้งๆ แล้วจู่ๆ ก็มีไข้สูง หนาวสั่น แถมหายใจแล้วเจ็บแปล๊บที่อก นั่นแหละคือสัญญาณเตือนคลาสสิกที่หมอมักจะนึกถึง โรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ทันที

หลายคนชอบคิดว่ามันก็แค่หวัดเรื้อรัง เดี๋ยวพักผ่อนกินน้ำเยอะๆ ก็หาย แต่ในความเป็นจริง โรคนี้คือภาวะที่เนื้อปอดเกิดการอักเสบติดเชื้อ จนมีหนองและน้ำเมือกไปคั่งอยู่ในถุงลม ทำให้ร่างกายแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้ตามปกติ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

เชื้อร้ายแอบแฝงมาจากไหน และใครคือกลุ่มเสี่ยงตัวจริง

เชื้อที่เป็นต้นเหตุหลักมักจะเป็นเจ้าแบคทีเรียหรือไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศ บางครั้งก็มากับละอองฝอยเวลาคนอื่นไอจามใส่ หรือบางทีก็เป็นเชื้อที่แอบอาศัยอยู่ในคอเราอยู่แล้ว พอร่างกายภูมิคุ้มกันตกปุ๊บ มันก็ฉวยโอกาสเดินทางลงไปบุกรุกถึงปอดปั๊บ

กลุ่มคนที่หมอเป็นห่วงเป็นพิเศษและต้องระวังเป็นเงาตามตัว ได้แก่:

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะภูมิคุ้มกันยังพัฒนา
  • ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปที่กลไกการป้องกันโรคเริ่มเสื่อมถอย
  • คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น กำลังรักษาโรคมะเร็งหรือใช้ยากดภูมิ

สัญญาณเตือนภัยสีแดง: แบบนี้แปลว่าปอดเริ่มพังแล้ว

อาการของ โรคปอดอักเสบหรือปอดบวม จะมาเร็วกว่าหวัดธรรมดามาก อาการที่สังเกตได้ชัดเจนมักประกอบด้วย

  • ไข้สูงต่อเนื่อง: กินยาลดไข้แล้วไข้ก็ยังตีกลับขึ้นมาสูงอีก หนาวสั่นจนตัวโยน
  • ไอมีเสมหะข้น: เสมหะอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีเขียว สีสนิมเหล็ก หรือมีเลือดปน
  • หายใจหอบเหนื่อย: หายใจเร็วและตื้น บางคนรู้สึกว่าสูดอากาศเข้าปอดไม่เต็มอิ่ม
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ: เวลาหายใจเข้าลึกๆ หรือเวลาไอจะรู้สึกแปล๊บที่หน้าอก

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด

ถ้าปล่อยให้ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้อยู่ที่บ้าน อาจไม่รอดมือหมอได้ ทริคสังเกตง่ายๆ คือถ้าเริ่มมีอาการริมฝีปากหรือปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีม่วง (แสดงว่าขาดออกซิเจน) ซึมลงปลุกไม่ค่อยตื่น สับสนพูดไม่รู้เรื่อง หรือความดันโลหิตตก ญาติห้ามรอดูอาการเด็ดขาด ต้องเรียกรถพยาบาลส่งห้องฉุกเฉินทันที

การวินิจฉัยและการรักษาที่หมอต้องทำ

เวลามาหาหมอ เราไม่ได้แค่นั่งฟังอาการแล้วจ่ายยา แต่จะต้องใช้หูฟังตรวจเสียงหายใจในปอด ซึ่งถ้าเป็นปอดบวมจะได้ยินเสียงกรอบแกรบผิดปกติ จากนั้นจะต้องเอ็กซเรย์ปอดเพื่อดูว่ามีฝ้าขาวตรงไหนบ้าง และอาจต้องเจาะเลือดตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม

ส่วนการรักษานั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรง ถ้าเป็นจากแบคทีเรียก็ต้องกินยาปฏิชีวนะให้ครบโดส ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้จะเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม ควบคู่กับการกินยาตามอาการ พักผ่อนมากๆ และดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ เพื่อช่วยขับเสมหะ

วิธีป้องกันตัวเองฉบับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

การป้องกันย่อมดีกว่าแก้เสมอ การฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (PCV หรือ PPSV) เป็นเกราะป้องกันชั้นดีสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้ การล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่แออัดช่วงที่มีการแพร่ระบาด และการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดโอกาสป่วยได้เยอะมากทีเดียว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down