ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยบ่นปวดหู มีไข้ หรือร้องไห้งอแงจนต้องพาไปหาคุณหมอ และหลังจากรักษาหายแล้ว ไม่นานนักก็กลับมาเป็นอีก

อาการหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันที่กลับมาเป็นซ้ำๆ แบบนี้สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยเลยใช่ไหม

ในบทความนี้ คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่าทำไมลูกน้อยบางคนถึงเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบซ้ำซาก และเราจะดูแลเจ้าตัวเล็กของเราได้อย่างไรบ้าง เพื่อลดโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีก

โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน คืออะไรกันนะ?

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน” คืออะไร โรคนี้เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่เกิดขึ้นในช่องว่างหลังแก้วหู หรือที่เราเรียกว่า “หูชั้นกลาง” นั่นเอง

เมื่อหูชั้นกลางอักเสบ จะมีการสะสมของเหลว ทำให้เกิดอาการปวดหู ไข้สูง ลูกน้อยอาจงอแง ไม่ยอมนอน หรือมีน้ำไหลออกจากหูได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก การบอกอาการอาจทำได้ยาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตอาการผิดปกติให้ดี

ทำไมลูกน้อยถึงหูอักเสบซ้ำๆ บ่อยเหลือเกิน?

นี่คือคำถามสำคัญที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลใจ สาเหตุที่ทำให้เจ้าโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันกลับมาเยี่ยมเยียนลูกน้อยของเราบ่อยๆ มีหลายปัจจัย

  • โครงสร้างทางเดินหายใจของเด็กเล็ก: ท่อปรับความดันในหู (Eustachian tube) ของเด็กเล็กจะสั้น แคบ และอยู่ในแนวราบมากกว่าของผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อโรคจากลำคอหรือโพรงจมูกเดินทางเข้าสู่หูชั้นกลางได้ง่ายกว่า และระบายของเหลวได้ไม่ดี
  • ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเต็มที่: ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และเมื่อติดเชื้อแล้ว ก็อาจป่วยบ่อยกว่าผู้ใหญ่
  • การอยู่ร่วมกันในสถานรับเลี้ยงเด็ก: การที่เด็กๆ รวมตัวกันในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นหวัดหรือติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนบ่อย และนำไปสู่การติดเชื้อในหูตามมา
  • การสูดดมควันบุหรี่มือสอง: ควันบุหรี่เป็นตัวร้ายที่ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง ทำงานได้ไม่ดี ทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในทางเดินหายใจและเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อเข้าสู่หู
  • ภาวะภูมิแพ้หรือกรดไหลย้อน: เด็กที่มีภาวะภูมิแพ้หรือกรดไหลย้อน อาจทำให้ท่อปรับความดันในหูทำงานผิดปกติหรือเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีโอกาสหูชั้นกลางอักเสบซ้ำได้ง่าย
  • การให้นมขวดในท่านอน: การให้ลูกดูดนมขวดในท่านอนราบ อาจทำให้น้ำนมไหลย้อนเข้าสู่ท่อปรับความดันในหูได้
  • การใช้จุกหลอก: มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าการใช้จุกหลอกอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหูชั้นกลางอักเสบ
  • ต่อมอะดีนอยด์โต: ต่อมอะดีนอยด์ที่โตผิดปกติอาจไปอุดตันท่อปรับความดันในหู ทำให้การระบายอากาศและของเหลวในหูชั้นกลางไม่ดี

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมออีกครั้ง?

หากลูกน้อยเคยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบมาแล้ว และมีอาการเหล่านี้อีก ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจซ้ำ:

  • ไข้สูง
  • ปวดหูรุนแรง โดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ลูกน้อยงอแง ไม่สบายตัว ผิดปกติ
  • มีน้ำหนองหรือของเหลวไหลออกมาจากหู
  • การได้ยินแย่ลง หรือลูกไม่ตอบสนองต่อเสียง
  • มีอาการหวัด คัดจมูก ไอ ที่ดูเหมือนจะแย่ลงและตามด้วยอาการปวดหู

เมื่อลูกหูอักเสบซ้ำ คุณหมอจะช่วยได้อย่างไรบ้าง?

แนวทางการรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบที่กลับเป็นซ้ำจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง คุณหมอจะพิจารณาจากอาการของลูกน้อยและประวัติการเจ็บป่วย

1. การใช้ยาปฏิชีวนะ

หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย คุณหมอจะให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้ลูกกินยาให้ครบตามที่คุณหมอสั่ง แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำที่รุนแรงกว่าเดิม

2. การผ่าตัดใส่ท่อระบายในแก้วหู (Tympanostomy tubes)

ในกรณีที่ลูกน้อยเป็นหูชั้นกลางอักเสบซ้ำบ่อยๆ (เช่น 3 ครั้งใน 6 เดือน หรือ 4 ครั้งใน 1 ปี) และมีน้ำคั่งในหูชั้นกลางจนส่งผลต่อการได้ยิน คุณหมออาจพิจารณาการผ่าตัดเล็กๆ เพื่อใส่ท่อระบายในแก้วหู ท่อนี้จะช่วยระบายของเหลวที่คั่งอยู่ในหูชั้นกลาง ทำให้ลดโอกาสการติดเชื้อและช่วยให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติ

3. การผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์

หากคุณหมอตรวจพบว่าต่อมอะดีนอยด์ที่โตผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท่อปรับความดันในหูทำงานไม่ดี คุณหมออาจแนะนำให้ผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ออก เพื่อช่วยให้ปัญหาหูชั้นกลางอักเสบซ้ำๆ ดีขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ดูแลและป้องกันไม่ให้ลูกน้อยหูอักเสบซ้ำซากได้อย่างไร?

แม้ว่าบางปัจจัยเราจะควบคุมไม่ได้ แต่มีหลายสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้เพื่อช่วยลดโอกาสที่ลูกน้อยจะกลับมาเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบซ้ำ

  • ล้างมือบ่อยๆ: สอนลูกล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และคุณพ่อคุณแม่เองก็ควรล้างมือบ่อยๆ เช่นกัน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกน้อยไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่รถ หรือที่สาธารณะ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรค: พาไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และวัคซีนปอดอักเสบ (PCV) ตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่หูอักเสบ
  • ให้ลูกนั่งดูดนมขวด: หากให้นมขวด ควรให้ลูกนั่งหรือชันตัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำนมไหลย้อนเข้าหู
  • งดใช้จุกหลอก (หากมีปัญหาหูอักเสบซ้ำ): หากลูกมีประวัติหูอักเสบซ้ำบ่อยๆ การงดใช้จุกหลอกอาจช่วยลดความเสี่ยงได้
  • จัดการภาวะภูมิแพ้หรือกรดไหลย้อน: หากลูกมีภาวะเหล่านี้ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  • รักษาสุขอนามัยในสถานรับเลี้ยงเด็ก: หากลูกอยู่เนอร์สเซอรี่ ควรสอบถามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของสถานรับเลี้ยงเด็ก

การที่ลูกน้อยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบซ้ำๆ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและปรึกษาคุณหมออย่างใกล้ชิด การดูแลเอาใจใส่และปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพหูที่ดีขึ้นและเติบโตอย่างมีความสุข

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down