ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมความเครียดถึงส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ปวดหัวตุบๆ หรือนอนไม่หลับ แต่พอตรวจร่างกายหรือส่งตรวจแล็บอย่างละเอียดกลับไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน หรือบางคนกินยาเท่าไรอาการก็ไม่ดีขึ้น นั่นเป็นเพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่อวัยวะส่วนนั้นโดยตรง แต่อยู่ที่สภาวะจิตใจที่แบกรับความกดดันมาเป็นเวลานานจนร่างกายแสดงออกมาเป็น ความผิดปกติทางกายจากความเครียด

เมื่อความเครียดสะสมเปลี่ยนเป็นอาการเจ็บป่วย

ร่างกายมนุษย์มีกลไกสู้หรือหนีที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่ออันตราย แต่ในชีวิตประจำวัน เรามักเจอความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ ซึ่งทำให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนความเครียดอย่าง คอร์ติซอล ออกมาตลอดเวลา เมื่อระดับฮอร์โมนนี้สูงค้างนานเกินไป มันจะไปรบกวนการทำงานของระบบต่างๆ ทั้งระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบหัวใจและหลอดเลือด จนนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางกายที่จับต้องได้จริง

อาการแบบไหนบ้างที่เข้าข่ายความเครียดทำพิษ

อาการเหล่านี้มักมาเป็นชุดหรือสลับกันไป โดยไม่มีโรคประจำตัวทางกายชัดเจนรองรับ:

  • ระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้องบ่อย ท้องอืด ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือรู้สึกจุกแน่นลิ้นปี่เหมือนมีลมตีขึ้น
  • ระบบกล้ามเนื้อ: ปวดตึงคอ บ่า ไหล่ หรือปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ จากการเกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เหมือนได้รับอากาศไม่พอแม้จะนั่งอยู่เฉยๆ
  • ระบบการนอนหลับ: หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย หรือตื่นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียเหมือนไม่ได้พัก

จัดการกับความเครียดเรื้อรังเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

การแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่การกินยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการปรับสมดุลชีวิตใหม่

ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์และร่างกาย

ในวันที่รู้สึกหนักหนา ให้ลองหยุดสังเกตตัวเองว่าร่างกายกำลังตึงที่จุดไหน เช่น กำลังกำหมัด หรือกัดฟันอยู่หรือไม่ การฝึกหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ จะช่วยบอกสมองให้ลดระดับฮอร์โมนความเครียดลงได้ทันที

ปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล

การขยับร่างกายหรือออกกำลังกายเบาๆ ช่วยระบายความเครียดที่สะสมในกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม รวมถึงการจัดเวลาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือเข้ามากวนใจ จะช่วยให้ระบบประสาทได้พักจากการตื่นตัวตลอดเวลา

เมื่อไรที่ควรตัดสินใจมาพบแพทย์

หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรืออาการส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนัก จนเริ่มรู้สึกหมดไฟ หรือมีอาการแพนิคใจสั่นรุนแรง หมอแนะนำว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง การเข้ามาคุยเพื่อหาแนวทางบำบัด ไม่ว่าจะเป็นการปรับวิธีคิด หรือการใช้ยาช่วยปรับสารเคมีในสมองในช่วงสั้นๆ จะช่วยให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีขึ้นได้รวดเร็วกว่าการแบกรับไว้คนเดียว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down