ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการแปลกๆ เวลาทานผลไม้สดอย่างแอปเปิ้ล ลูกพีช หรือบางทีก็แค่เคี้ยวแคนตาลูปเบาๆ กลับรู้สึกคันยิบๆ ที่ริมฝีปาก คันในคอ หรือบางคนมีอาการระคายเคืองเหมือนคอจะบวม ทั้งที่มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นภูมิแพ้อาหารอะไร ยิ่งไปกว่านั้น คนไข้กลุ่มนี้มักจะบ่นว่าช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวที่มีละอองเกสรดอกไม้ปลิวเยอะๆ อาการภูมิแพ้อากาศที่เป็นอยู่ก็ยิ่งกำเริบหนักขึ้นไปอีก
พอซักประวัติลึกลงไปจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาวะที่ร่างกายสับสนจนแยกไม่ออกระหว่างโปรตีนในธรรมชาติ ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าภาวะภูมิแพ้ข้ามกลุ่มระหว่างอาหารและละอองเกสร หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Oral Allergy Syndrome นั่นเอง วันนี้หมอเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ ว่าทำไมร่างกายถึงเกิดอาการรวนแบบนี้ขึ้นได้
โปรตีนหน้าตาคล้ายกัน ตัวการทำภูมิคุ้มกันจำสับสน
เวลาที่เราพูดถึงภูมิแพ้ หลายคนมักคิดว่าแพ้อาหารก็คือแพ้อาหาร แพ้ฝุ่นละอองเกสรก็คือแพ้ฝุ่นละอองเกสร สองอย่างนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกันได้ แต่ความจริงแล้วธรรมชาติมีความลับซ่อนอยู่ นั่นคือโครงสร้างของโปรตีนในละอองเกสรดอกไม้บางชนิด มีหน้าตาและรูปร่างคล้ายคลึงกับโปรตีนที่พบในผลไม้ ผักสด หรือแม้แต่ถั่วบางชนิด
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้ถูกกระตุ้นบ่อยเข้า มันจะจดจำหน้าตาของโปรตีนตัวนั้นไว้ พอวันดีคืนดีเราทานผลไม้สดเข้าไป แล้วโปรตีนที่มีโครงสร้างคล้ายกันนั้นเดินทางไปสัมผัสกับเยื่อบุในช่องปาก ร่างกายเจ้ากรรมดันจำสับสน นึกว่าเจ้าละอองเกสรตัวร้ายกำลังบุกรุกเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปาก ภูมิคุ้มกันจึงรีบปล่อยสารฮีสตามีนออกมาต่อสู้ทันที ส่งผลให้เกิดอาการคันยุบยิบ บวมแดง หรือระคายเคืองอย่างรวดเร็วหลังจากกลืนคำแรกเข้าไปไม่นาน
ผลไม้อะไรบ้างที่มักทำให้เกิดอาการแพ้ข้ามกลุ่มนี้
กลุ่มอาหารที่มักจะเกิดปัญหาจับคู่กับละอองเกสรดอกไม้ได้บ่อย มีรายละเอียดที่สังเกตได้ไม่ยาก ดังนี้ครับ
- กลุ่มที่แพ้ละอองเกสรต้นเบิร์ด (Birch pollen): มักจะมีอาการเวลาทานแอปเปิ้ล ลูกแพร์ ลูกพีช เชอร์รี่ กีวี แครอท หรือขึ้นฉ่ายฝรั่ง
- กลุ่มที่แพ้ละอองเกสรหญ้า (Grass pollen): มักจะแจ็คพอตแตกเวลาทานเมลอน แตงโม ส้ม หรือมะเขือเทศ
- กลุ่มที่แพ้ละอองเกสรวัชพืชแอมโบรเซีย (Ragweed pollen): มักจะเกิดอาการระคายเคืองเวลาทานกล้วย แตงกวา เมลอน หรือแม้แต่เมล็ดทานตะวัน
ความน่าสนใจคือ อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ทานผลไม้สดๆ เท่านั้น เนื่องจากความร้อนสามารถทำลายโครงสร้างโปรตีนเจ้าปัญหาเหล่านี้ได้ ทำให้หลายคนแปลกใจว่าทำไมทานพายแอปเปิ้ลอุ่นๆ หรือแอปเปิ้ลเชื่อมแล้วถึงไม่เป็นอะไร แต่พอมากัดแอปเปิ้ลสดๆ กลับคันคอทันที
วิธีรับมือและดูแลตัวเองเมื่อรู้ตัวว่ามีอาการแพ้
สำหรับใครที่เริ่มสังเกตตัวเองแล้วพบว่ามีอาการคันคอหรือระคายปากเวลาทานผลไม้บางชนิด ไม่ต้องตกใจจนเกินไปครับ เราสามารถปรับพฤติกรรมการทานเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้ง่ายๆ
- ลองเปลี่ยนมารับประทานแบบผ่านความร้อน: หากยังอยากทานผลไม้ชนิดนั้นอยู่ ลองนำไปต้ม อุ่น หรือทำเป็นขนมที่ผ่านความร้อน เพื่อให้โครงสร้างโปรตีนที่ก่อภูมิแพ้สลายตัวไป
- ปอกเปลือกช่วยได้: โปรตีนที่เป็นตัวการมักจะสะสมอยู่บริเวณเปลือกหรือใต้ผิวของผลไม้ การปอกเปลือกออกให้เกลี้ยงก่อนทาน ช่วยลดความรุนแรงของอาการลงได้ระดับหนึ่ง
- หลีกเลี่ยงช่วงที่ละอองเกสรหนาแน่น: ในช่วงที่ฝุ่นละอองเกสรในอากาศเยอะ อาการแพ้ข้ามกลุ่มนี้มักจะเห่อตามไปด้วย การสวมหน้ากากอนามัยและดูแลสุขภาพโพรงจมูกให้สะอาดจึงช่วยลดการกระตุ้นภาพรวมของภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น
อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าอาการส่วนใหญ่ของภาวะนี้จะจำกัดอยู่แค่ในช่องปากและลำคอ หายไปได้เองภายในไม่กี่นาทีหลังจากหยุดทาน แต่ก็มีส่วนน้อยที่ปฏิกิริยาของร่างกายรุนแรงเกินคาด หากใครทานอาหารแล้วมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการบวมลามไปที่ริมฝีปากและใบหน้าอย่างรวดเร็ว แบบนี้ถือเป็นภาวะภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดครับ